DEADRISING 2 เดี่ยวมหาประลัย ปะทะ ซอมบี้นับหมื่น!!!! รีวิว

0 ความคิดเห็น
ผมพิมพ์ไม่ผิดหรอกครับ "เดี่ยวประมหาประลัย" จริงๆ เพราะในเกมนี้พระเอกของเราพี่แก (Chuke Green)"เดี่ยว"มากๆ เพราะเล่นไปหลงอยู่ในท่ามกลางฝูงซอมบี้ที่คนเกือบทั้งเมืองล้วนกลายเป็นซอมบี้ไปเกือบหมดแล้วนั้นเอง คราวนี้ก็ลำบากพวกเราแล้วที่จะต้องมาคอยเอาใจช่วยว่าเฮีย Green(เรา)จะรอดออกไปจากเมืองนี้ได้หรือป่าว เพราะในเกมนี้มีเวลาให้พี่เขาเพียงแค่ 72 ชั่วโมง ในการพาตัวเองให้หนีออกไปจากเมืองแห่งนี้ให้ได้(ภาคแรกมีเวลาเพียง 48 ชั่วโมลเท่านั้น)

DeadRising ภาคต่อนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่ผู้คนนับล้านในเมืองแห่งคาสิโน Fortune City กลายเป็นซอมบี้กันแทบหมด เหลือเพียงหนุ่มนักซิ่งมอเตอร์ไซต์นาม Chuke Green ผู้ที่หลงเข้ามาเที่ยวในเมืองแห่งนี้โดยทีไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยว่าตัวเองกำลังจะเผชิญกับอะไรบ้าง โดยงานนี้ Blue Castle Games สตูดิโอพาร์ทเนอร์ที่ Capcom ร่งมมือด้วยในการพัฒนาเอนจิ้นเกมใหม่ ที่สามารถรองรับซอมบี้ได้ถึง 7,000 ตัวภายในหน้าจอเดียวกัน งานนี้เฮีย Green กว่าจะรอดออกไปจากที่นี้ได้ก็คางเหลืองล่ะ

http://upload.tarad.com/images2/b6/d2/b6d24bb62515040ec02e9226e81fe3db.jpg
ภาคใหม่นี้จะเกิดขึ้นในอีกหลายปีต่อมาหลังจากเกิดเหตุการณ์ซอมบี้บุกเมือง Wilamette เมื่อครั้งก่อน ไวรัสต้นเหตุตัวเดิมได้ออกมาจากสถานที่กักเก็บ และแพร่กระจายไปทั่วประเทศ ผู้เล่นจะได้ฝ่าดงซอมบี้ทั้งหลายหมื่นตัวที่พร้อมจะเข้ามากระชากวิญญาณของคุณให้ออกไปจากร่างได้อย่างง่ายดาย และมันก็ยังบุกไปยังแหล่งการพนันของเหล่านักเสี่ยงโชคที่เมือง Fortune City

เหตุการณ์ในภาคแรก
ซึ่งในภาคแรกนั้นตัวเอกเป็นนักข่าวที่ชื่อแฟรงค์ ที่กำลังออกเดินทางเพื่อไปทำข่าวซอมบี้อาละวาดในเมืองแห่งหนึ่งในแถบชนบท ระหว่างที่เขากำลังเก็บภาพข่าวอยู่นั้น ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องเข้าไปพัวพันกับฝูงซอมบี้ในห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์แห่งหนึ่ง
ดูจากสถานการณ์แล้วคงคิดว่ามันเป็นอะไรที่โหดร้ายเอามากๆใช่มั้ยครับ แต่ที่จริงแล้วตัวเกมนี้ัสามารถทำให้เราทำการเอาตัวให้รอดออกไปจากเมืองแห่งนี้ให้ได้โดยที่ไม่เป็นประสาทไปซะก่อน โดยจุดเด่นของเกมส์นี้นั้นอยู่ที่การที่เราสามารถที่จะหยิบจับสิ่งของต่างๆมากมายที่ตกอยู่ตามจุดต่างๆในฉาก มาใ้ช้ในการต่อกรกับเหล่าซอมบี้ที่มีจำนวนมากมายมหาศาลนี้ได้นั้นเอง ไม่ว่าจะเป็น ไม้เบสบอล รถมอเตอร์ไซต์ เลื่อยไฟฟ้า กีต้า เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีอะไรที่จะเอามาเป็นอาวุธไม่ได้เลย ตรงจุดนี้เองที่ทำให้เกมนี้มีความสนุกที่ไม่เหมือนกันเกมซอมบี้อื่นๆ แล้วยังสามารถที่จะสร้างความฮาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ว่าในสถานการณ์สุดอันตรายอย่างนี้ยังจะสามารถทำได้อยู่อีกเหรอ

นั้นก็คือ ไม่ว่าจะเป็นของอะไรก็ตามที่หยิบจับได้เราสามารถที่จะนำมาประเคนใส่พวกซอมบี้จอมตื้อนี้ได้อย่างไม่ต้องกังวลว่าอาวุธจะหมดเลย ซึ่งความสนุกนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นจะมีความคิดสร้างสรรค์ขนาดไหนในการผสมผสานเหล่าอาวุธหรือยานพาหนะที่สามารถนำมาเป็นอาวุธได้รวมทั้งลีลาในการต่อสู้ของตัวผู้เล่นเองว่าจะสามารถสร้างความแปลกใหม่และความเร่าใจได้ขนาดไหนกับการสวมบทบาทเป็น "เดี่ยวมหาประลัย" ในการเข้าต่อกรกับเหล่าซอมบี้กระหายเลือดเพื่อที่จะหาทางออกไปจากเมืองนรกแห่งนี้ให้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ที่ต้องห่วงก็มีเพียงเรื่องของค่าพลังชีวิตนี้เท่านั้นที่ตัวเกมได้ทำให้ตัวละครสามารถที่จะเหนื่อยได้หากออกแรงติดต่อกันนานเกินไป ดังนั้นจึงต้องคอยกินของเพิ่มพลังเข้าไปเรื่อยๆเพื่อที่จะได้มีแรงเอาไปสู้กับพวกซอมบี้นั้นเอง
อ้างอิงจาก นิตยสารเกมส์แม็ก
.

กลับมาอีกครั้งกับกิจกรรมสุดเจ๋งก่อนที่จะถึง "ศึกเทพเหนือเทพ"

0 ความคิดเห็น
ก่อนที่จะถึงเวลาที่เหล่าขุนศึกจะเดินทางเข้าสู่ทัวร์นาเม้นท์การต่อสู้ที่สุดยิ่งใหญ่ "ศึกเทพเหนือเทพ" โดยในศึกการต่อสู้นี้ เหล่ากองทัพใหญ่ต่างระดมกำลังเตรียมพร้อม อย่างเต็มพิกัด จึงต้องมีการเร่งเก็บเลเวลกันอย่างโกลาหลเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะลุยในศึกใหญ่ครั้งนี้ ทำให้ไอเทมสุดพิเศษอย่าง "ยันต์ประสบการณ์ขุนพล 30 วัน ทวีคูณ"หรือ"ยันต์ค่าประสบการณ์ทหาร 30 วัน 4 เท่า" ไม่พลาดที่จะออกมาตอบรับความมันส์ในครั้งนี้

ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ใกล้ครบรอบวันสำคัญของท่านขงเบ้ง จึงคิดที่จะจัดพิธีบวงสรวงฟ้าดินและธาตุทั้ง4 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เหล่าทหารก่อนที่จะเข้าสู่ศึกครั้งใหญ่ แต่ทว่าพิธีกลับเริ่มไม่ได้ิ เนื่องจากขาดไอเทมที่ต้องใช้ในการประกอบพิธี อย่าง "หัวใจวัวเหล็ก" ผลงานชิ้นสำคัญของท่านขงเบ้ง ดังนั้นท่านขงเบ้งจึงวอนของให้เหล่าขุนศึก3ก๊กทั้งหลาย ทำการออกตามหาไอเทม "หัวใจวัวเหล็กเงิน" มามอบให้แก่ท่านขงเบ้ง ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 1 กรกฏาคม 2552 ท่านขงเบ้งจะทำการมอบสิ่งของสุดพิเศษให้เป็นการตอบแทนในความช่วยเหลือครั้งนี้อย่างงามแน่นอน


http://2.bp.blogspot.com/_CToaBbTUekQ/SkejMjgmf6I/AAAAAAAAAGM/dnJLT9hwzsY/s200/3%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%81.jpg
เกมส์ PC Gaming

อ้างอิงจาก นิตยสารเกมส์แม็กและ www.3kingdoms.in.th
.

PANGYA SEASON 4 DELIGHT มาแล้ววว

0 ความคิดเห็น

คิดถึงกันมั้ยเอ่ย... ถ้าคิดถึงล่ะก็เกม ปังย่าขอเชิญเพื่อนๆทุกคนที่ห่างหายกันไปนาน คราวนี้ขอเชิญให้เหล่าสาวกปังย่าทั้งหลายได้กลับมาสนุกสนานเฮฮาและอบอุ่นประทับใจกันอีกครั้ง งานนี้ปังย่าเอาใจแฟนๆโดยการเตรียมไอเท็มต่างๆมากมายไว้ต้อนรับเพื่อนๆเพียบ!! นอกจากนี้เพื่อนๆยังสามารถที่จะได้รับส่วนลดไปซื้อไม้กอร์ฟมาหวดกันให้มันส์ไปเลยได้อีกด้วย!!



ระยะเวลาของกิจกรรม
วันที่ 30 กรกฎาคม 2552 เวลา 12.00 น. ถึง 20 สิงหาคม 2552 เวลา 08.00 น.
รายละเอียดกิจกรรม
- ผู้เล่นเก่าที่ไม่ได้เล่นปังย่ามาเป็นเวลานานเกิน 3 เดือน เมื่อล็อกอินเข้าเล่นเกมส์ในช่วงกิจกรรม สามารถกดรับไอเท็มที่หน้าเว็บไซต์ไปได้เลยทันที
- ผู้เล่นสามารถรับของรางวัลได้ที่หน้าเว็บไวต์ได้ตลอดระยะเวลากิจกรรม
- หนึ่งหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน สามารถเข้าร่วมสนุกกับกิจกรรมได้เพียง 1 ID
- ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดกติกาการร่วมสนุกโดยที่ไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า [game]
ที่มา www.pangya.in.th

Max Payne 3

0 ความคิดเห็น

ในที่สุดเขาก็กลับมาอีกครั้ง สำหรับเกมนายตำรวจเลือดร้อนผู้นี้ ผู้ที่ไม่เคยกลัวความตายเลยแม้แต่น้อย และเขาพร้อมแล้วที่จะแลกลูกกระสุนกับเหล่าวายร้ายเวรตะไรทั้งหลายที่ไม่เคยแม้แต่จะอ่านตัวบทกฎหมายเลย ใช่แล้ว เขาคนนั้นก็คือ เฮีย Max Payne นั้นเอง ผู้ที่เคยสูญลูกและเมียสุดที่รักให้แก่ฆาตกรที่โฉดชั่ว
ซึ่งภาค 3 นี้ จะดำเนินเนื้อเรื่องในอีก 10 ปี หลังจากภาค 2 ได้จบลงไป ดังที่เห็นจากในภาพซึ่งเห็นไม่หมด ที่จริงแล้วพี่แกเล่นตัดทรงสกินเฮดแบบถาวรมา... ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า 10 ปีที่ผ่านมาพี่แกไปผึกฝนวรยุทธิ์ที่ไหนมา ทำไมถึงได้ดูแก่ไปมากขนาดนี้ก็ไม่รู้ ส่วนเหตุการณ์ภายในเกมส์นั้นพี่เขาจะไปประลองฝีมือการยิงปืนที่เร่าใจสะท้านทรวงกันที่ เซาเปาโล ในประเทศบราซิลกัน (ชอบมากๆ เพราะชอบทีมชาติบราซิล อิ อิ (เกี่ยวมั้ยเนี่ย)) มาพร้อมกับระบบกลางวันและกลางคืนพร้อมทั้งสภาพแวดล้อมที่เสมือนจริงขึ้นมาก ทั้งยังมีการยิงแบบหลบเข้าที่กำบังตามความนิยมในสมัยนี้ สุดท้ายสิ่งที่น่าสนใจที่สุดจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ยี่ห้อผู้ผลิตเกทส์ที่คราวนี้กลายมาเป็น “Rock Star” ซึ่งเป็นที่รู้ๆกันว่าเป็นค่ายของผู้ผลิตเกมส์ GTA ดังนั้นเรื่องมัมส์แล้วไม่ต้องห่วง มันส์กระจายแน่ๆ โดยเขาบอกว่าได้นำเอาเทคโนโลยีของเกมส์ GTA นี้มาทำเกมส์ด้วย ซึ่งจะทวีความรุนเลือดสาดมากกว่า 2 ภาคที่ผ่นมาอย่างแน่นอนทีเดียวเจียว ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายของตัวเกมนั้นยังไม่ชัดครับ

อ้างอิงจาก : นิตยสารเกมแม็ก
.

RYUGA GOTOKU 3 ยากุซ่า 3 บน PS3

0 ความคิดเห็น
ค่าย SEGA
แนว ACTION/ADVANTURE

เชิญสัมผัสกับชีวิตของยากุซ่า ผู้มีนามว่า "คาซุมะ คิริว" เกมส์นี้ได้จำลองเหตุการณ์ของชีวิตสุดอันตรายของลูกผู้ชายสไตล์ฆ่าไม่ได้แล้วก็หยามไม่ได้ด้วย มาให้พวกเราได้น้ำลายย้อยอีกแล้ว ตัวเกมส์ค่อนข้างกว้างทั้งแผนที่ รายละเอียดต่างๆของเมืองหลวง เช่น โตเกียว และเมืองหลวงทางใต้อย่างโอกินาว่า ที่ทำออกมาได้ดีทีเดียว ในเรื่องของความสวยงามของกราฟฟิกนั้นทำออกมาได้สมจริงมาก ทั้งสีหน้า ท่าทาง รวมทั้งแสงสีในยามราตรีนั้น ทำได้อย่างสมจริงมาก โดยเฉพาะสีหน้าของตัวละครบางคนนั้นทำหน้าขอรองเท้าได้ดีมากๆ รวมกับฉากคัทซีนที่ถือว่าอยู่ในระดับดีเยี่ยมแล้ว ทำให้เกมส์นี้มีคุณภาพทางด้านภาพและเสียงที่ไม่เป็นรองใครเลยก็ว่าได้

ส่วนเรื่องระบบของเกมส์นั้นค่อนข้างที่จะให้อิสระในการทำภาระกิจเป็นอย่างมาก คล้ายกับ GTA ยังไงยังงั้นเลย แต่พอถึงคิวบู๊แล้วจะเน้นการใช้กำปั้นลุ่นๆบวกกับการไล่กระทื้บฝ่ายตรข้ามซะมากกว่า ซึ่ง GTA นั้นจะเน้นการใช้ปืนเสียส่วนใหญ่ ยังไม่หมดเพียงแค่นี้เพราะตัวเกมส์ยังมีระบบ ที่น่าสนใจมากอีกอย่างนั้นก็คือ "แท็กทัวนาเม้นต์" นั้นเอง

โดยจะเป็นการรวมกำลังกันกับคู่หูของเราในการต่อกรกับเหล่าคนเลวทั้งหลาย รวมทั้งฮีทแอ็คชั่นที่มีไว้ให้เรากดปุ่มกันมันส์จนมือมีประกายไฟฟ้าเลยล่ะ และอีกอย่างที่ใช้วัดระดับความความเป็นลูกผู้ชายของเราก็คือระบบที่มีการปั้นสาวๆของเราให้เป็นเด็กบาร์ที่ดังกระฉ่อนแดนปลาดิบไปเลย และที่สำคัญที่สุดทางค่ายยังนำเอานางแบบระดับสุดบรรยาย จากนิตยสารแฟชั่นของเหล่าผู้ใหญ่ที่โตแล้วมาเป็นโมเดลของตัวละครในเกมส์อีกด้วย ซึ่งคุณยังสามารถสนุกกับการบริหารบาร์และควบคุมคุ้มครองเหล่าน้องๆทั้งหลายเหล่านั้นได้อีกด้วย ทั้งยังมีมินิเกมส์เอาไว้ให้เราได้เล่นกันเพลินๆ

แต่ถึงอย่างไรก็ตามแม้ว่าเกมส์นี้จะค่อนข้างยอดเยี่ยมก็จริง แต่ตัวเกมส์ RYU GA GOTOKU 3 เป็นแนวที่ออกไปในทางของนักเลงหัวไม้ที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ตัวเกมส์มีความรุนแรงมากและบางฉากก็มีติดเรทหน่อยๆ ซึ่งเด็กๆทั้งหลายก่อนที่จะเล่นก็ควรปรึกษาพ่อแม่ให้ดีซะก่อน และควรใช้วิจารณะญาณในการเล่นให้มาก เพราะยังมันก็เป็นเพียงเกมส์ที่มีเอาไว้เล่นคลายเครียด ไม่ใช่เล่นไปแล้วยิ่งเครียดกว่าเดิม แบบนั้นไม่ถูกนะครับ ต้องแยกแยะให้ถูนะครับระหว่างชีวิตจริงกับชีวิตในเกมส์ เพราะว่ามันแตกต่างกันอย่างเทียบไม่ได้เลยทีเดียวเชียวนะ [free game] [free game]

อ้างอิงจาก : นิตยสารเกมแม็ก

FINAL FANTASY XIV มาแล้ววว

0 ความคิดเห็น
เนื่องจากในงาน Sony's Press Conference ที่ผ่านมา ทางSquare Enix และ SCE ได้ประกาศเปิดตัวเกม Final Fantasy XIV ซึ่งจะเป็น Final Fantasy ภาคหลักภาคใหม่ ซึ่งดูจากภาพแล้วมีความรู้สึกว่ามีความเป็นแฟนตาซีมากกว่าภาค 13 เยอะ โดยในภาคนี้ตัวเกมนั้นจะมีการสนับสนุนการเล่นระบบ Online โดยพัฒนาให้กับเครื่อง PlayStation 3 เป็นหลักและกำหนดวางจำหน่ายในปี 2010แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีการเปิดตัวเว็บไซต์ของญี่ปุ่นอย่างเป็ นทางการ (http://jp.finalfantasyxiv.com) ซึ่งได้ออกมากล่าวเพิ่มเติมว่านอกจากเกม Final Fantasy XIV จะมีกำหนดวางจำหน่ายให้กับเครื่องคอนโซลหลักอย่าง PlayStation 3 แล้ว ชาว PC ก็เตรียมเฮกันได้ เพราะว่าเกม Final Fantasy XIV มีกำหนดวางจำหน่ายให้กับเครื่อง PC ด้วย นอกจากนี้ในเว็บไซต์ดังกล่าวยังเปิดให้ชมเทรลเลอร์เปิดตัวกั นแบบชัดๆ พร้อมทั้งรายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวเกมส์ โดยทางเราได้เอามาให้ชมกันเพียงบางส่วนเท่านั้น

http://img.online-station.net/_news/2010/0917/40896_01_1.jpg





Producer : Hiromichi Tanaka (FFI-III , FFXI)
Director : Nobuaki Komoto (FFIX , FFXI)
Art Director : Akihiko Yoshida (FFXII , Vagrant Story)
Sound : Nobuo Uematsu










รายละเอียดอื่น ๆ

* เกมที่วางจำหน่ายทั้งใน PS3 และ PC จะใช้เซิร์ฟเวอร์เดียวกัน
* ใช้เอนจิ้น Crystal Tools ในการพัฒนา
* ฉากหลังคือดินแดน Eorzea ในโลกที่ชื่อว่า Haiderin

* ตัวเกมจะวางจำหน่ายพร้อมกันหมดทั่วโลกภายในปี 2010
เกม : Final Fantasy XIV
ประเภท : MMORPG
Rate : ยังไม่กำหนดเรต
เครื่อง : PlayStation 3 , PC
ผู้พัฒนา : Square Enix
ผู้จัดจำหน่าย : Square Enix
กำหนดวางจำหน่าย (PlayStation 3)
[JP] ภายในปี 2010
[US] ภายในปี 2010
[EU] ภายในปี 2010
กำหนดวางจำหน่าย (PC)
[JP] ยังไม่มีกำหนด
[US] ยังไม่มีกำหนด
[EU] ยังไม่มีกำหนด
Official Site :
[JP]
http://jp.finalfantasyxiv.com/
[US]
http://na.finalfantasyxiv.com
[EU]
http://eu.finalfantasyxiv.com/
more.

Arc Rise Fantasia เกมที่มีดาบเวทย์มนตร์เป็นแกนหลัก

0 ความคิดเห็น
Marvellous ประกาศวันวางจำหน่ายของเกมส์ Arc Rise Fantasia เกม RPG จากค่าย Image Epoch อย่างเป็นทางการแล้ว โดยวางจำหน่ายในวันที่ 4 มิถุนายน 2009 ที่ผ่านมาที่ญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีกำหนดที่จะวางจำหน่ายในอเมริกาแต่อย่างใด Arc Rise Fantasia นับเป็นเกมส์แรกของค่าย Image Epoch ที่พัฒนาเกมส์ลงบนเครื่องคอนโซล เพราะแต่ก่อนนั้นเคยแต่พัฒนาเกมส์เพื่อลงบนเครื่องมือถืออย่าง NDS ของนินเทนโด โดยเกมศ์ที่สร้างชื้อให้กับค่ายนั้นก็คือ Luminous Arc นั่นเอง ตัววิดีโอเกมส์เพลของเกมส์ Arc Rise Fantasia เกมส์แนว RPG ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของทาง Marvelous และ Image Epch ซึ่งมีคุณ Hideyuki Mizutani เป็นโปรดิวเซอร์ และยังได้คุณ Kenichi Yoshida มารับหน้าที่ดีไซน์ตัวละคร ซึ่งเราเคยเห็นผลงานของเขามาแล้ว ในการ์ตูนเรื่อง ยูเรก้า เซเว่น นั้นเอง

Arc Rise Fantasia เป็นเกมส์ที่พัฒนาโดยทางค่าย Image Epoch และยังเป็นเกมส์แรกที่พัฒนาขึ้นเพื่อเครื่องคอนโซล ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมมือกันพัฒนาของทางค่ายเองและจากสต๊าฟชื่อดังอีกมากมาย โดยตัวเกมส์จะมีระบบที่รองรับจอยทั้งแบบ Classic, Gamecube และ Wii+Nunchuck แต่จะไม่ได้ใช้ระบบ Motion Sensor แต่ถึงอย่างนั้น ภายในตัวเกมส์เองก็ยังมีมินิเกมส์อย่างในคาสิโนซึ่งจะมีใช้ระบบ Motion Sensor ของ Wii
ส่วนระบบการต่อสู้ของเกมส์ในปาร์ตี้ จะสามารถจุตัวละครได้สูงสุดเพียง 3 ตัวเท่านั้น ซึ่งจะมีระบบค่า AP เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยซึ่งตัวละครทั้งหมดจะต้องใช้ค่า AP เดียวกันจะแยกใช้ของใครของมันต่างหากไม่ได้ 
อาวุธที่ใช้ในการต่อสู้ก็สามารถอัพเลเวลได้อีกด้วยซึ่งสร้างความสนุกบวกความตื่นเต้นเวลาที่เลเวลของอาวุธของเราอัพขึ้นนั้นอดที่จะลุ้นไม่ได้ว่าค่าโจมตีของอาวุธจะเพิ่มขึ้นสักเท่าไหร่กันแน่
ตัวเกมส์จะมีระยะเวลาในการเล่นของเนื้อเรื่องหลักอยู่ที่ประมาณ 40 ชั่วโมง หากไม่ไปเถลไถลที่ไหนซะก่อน ส่วนถ้ารวมกับพวกเควสและเนื้อเรื่องเสริมต่างๆแล้ว ก็บวกเพิ่มเข้าไปอีกประมาณ 10-20 ชั่วโมง นอกจากนี้ตัวยังระบบที่คร้ายกับระบบ Skite เหมือนเกมส์ซีรี่ส์ Tales ด้วยการกดปุ่ม 2
โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเกมส์นี้คงเป็นเกมส์ RPG อีกเกมส์หนึ่งที่มีความคลาสสิคมากๆอยู่ตัวเลยทีเดียว ใครที่พอมีปัญญาซื้อมาเล่นได้และมีความชอบในเกมส์แนว RPG อยู่แล้ว ก็ควรที่จะหามาเก็บไว้เล่นที่บ้าน หรือจะเก็บไว้เป็นเลคชั่นชั้นดีอีกเกมส์ก็ได้เช่นเดียวกัน
อ้างอิงจาก : นิตยสารเกมแม็ก

more.

Sony ค่อนขอดต่อ Nintendo ว่า "DSi ไม่มีความแปลกใหม่"

0 ความคิดเห็น
เป็นที่รู้กันว่าสองค่ายยักษ์ใหญ่ระหว่างโซนี่กับนินเทนโดนั้นเป็นคู่แข่งกันทั้งในสนามเครื่องคอนโซลและเกมส์พกพา ซึ่งในช่วงเดือนเมษายน 52 ที่ผ่านมาทางโซนี่ได้ออกมาเปิดฉากสงครามน้ำลายอย่างเผ็ดมันด้วยการค่อนขอดว่า "DSi ไม่มีความแปลกใหม่ และเป็นแค่ของเล่นสำหรับเด็ก"

อยู่ดีไม่ว่าดีก็ออกมาเปิดศึกสงครามน้ำลายกันขึ้นมาซะเฉยๆ สำหรับโซนี่ที่ตอนนี้ยังคงกั๊กท่าทีอยู่ว่าจะปล่อย PSP2 ออกมาเมือ่ไหร่ เนื่องจากทางคู่แข่งได้ออก DSi ออกมาก่อนล่วงหน้าแล้ว ล่าสุดนายจอร์น โคลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดฮาร์ดแวร์ ของบริษัทโซนี่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์โจมตีคู่แข่งแบบไม่เกรงใจใคร
"เครื่องรุ่นใหม่อย่าง DSi ไม่ได้มีความแปลกใหม่อะไรเลย เพราะมันยังคงมีข้อจำกดของประสิทธิภาพ และคงจะเรียกความสนใจได้จากเด็กๆเท่านั้น"



เหตุที่พี่แกเล่นพูดจาทำร้ายจิตใจกันถึงเพียงนี้ก็เนื่องมาจากว่า แกเอาเรื่องกราฟฟิกของเครื่องทางฝั่งแกไปเปรียบไงล่ะครับ โดยเฉพาะเกมส์ระดับยักษ์อย่าง Assasin's Creed, Little BigPlanet ที่มีกำหนดที่จะวางตลาดในเร็วนี้ นอกจากนี้ทางโซนี่ยังได้ระบุอีกว่า DSi นั้นยังเป็นเกมส์ในตลาดของเด็กๆ และไม่มีความน่าสนใจในสายตาของคนที่นิยมในด้านความสมจริงและกราฟฟิก แต่ถ้าให้พูดในมุมกว้างแล้ว ทั้ง2เครื่องต่างก็มีข้อดีข้อเด่นต่างกันไป และคนที่เล่นเกมส์เองต่างก็ทราบดีว่าเครื่องเล่นเกมส์ตัวไหนที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด เพราะคนที่เล่นเกมส์แบบเน้นกราฟฟิกนั้นมีเยอะจริง แต่คนที่เล่นเกมส์แบบเน้นความน่ารักคิกขุ ก็มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

อ้่างอิงจาก : นิตยสารเกมแม็ก

ไฟนอลแฟนตาซี X-2

0 ความคิดเห็น
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ไฟนอลแฟนตาซี X-2 (Final Fantasy X-2) (「ファイナルファンタジーX-2」 Fainaru Fantajī Ten-Tsū?) เป็นเกมประเภท Console role-playing ที่พัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Square (ปัจจุบันคือ สแควร์เอนิกซ์) สำหรับเครื่อง PlayStation 2 ของโซนี่ วางจำหน่ายเมื่อ พ.ศ. 2546 เป็นภาคต่อของ ไฟนอลแฟนตาซี X ซึ่งเป็นเกมที่ขายดีที่สุดใน พ.ศ. 2544 เนื้อเรื่องของเกมเป็นเรื่องราวของ Yuna จาก ไฟนอลแฟนตาซี X ที่หาหนทางแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในโลก Spira ก่อนที่จะนำไปสู่สงคราม
นอกจาก ไฟนอลแฟนตาซี X-2 จะเป็นเกมภาคต่อเกมแรกในซีรีส์ ไฟนอลแฟนตาซี และเป็นสื่อภาคต่อชิ้นที่ 2 ใน franchise ต่อจาก anime Final Fantasy: Legend of the Crystals แล้ว ในเกมยังมีองค์ประกอบหลายอย่างที่มีอยู่แล้วในซีรีส์ และเป็นเกมแรกในซีรีส์ที่มีตัวละครที่ควบคุมได้เพียง 3 ตัว ซึ่งเป็นตัวละครหญิงทั้งหมด และยังสามารถเดินทางไปยังสถานที่เกือบทั้งหมดในเกมได้ตั้งแต่ช่วงแรก นอกจากนี้ ยังมีระบบ Character class ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบการเล่นดั้งเดิมของซีรีส์ และเป็นหนึ่งในไม่กี่เกมในซีรีส์ที่มีตอนจบมากกว่าหนึ่งแบบ

ไฟนอลแฟนตาซี X-2 ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวก และประสบความสำเร็จในด้านยอดขาย โดยหลังจากวางจำหน่ายในญี่ปุ่นได้ 9 เดือน ก็สามารถทำยอดขายในอเมริกาเหนือได้ 1 ล้านแผ่น และมียอดขายทั่วโลกราว 4 ล้านแผ่น นอกจากนี้ยังได้รับการลงคะแนนเสียงจากผู้อ่านนิตยสาร Famitsu ให้เป็นสุดยอดเกมตลอดกาลอันดับที่ 32 ขณะที่เกมฉบับภาษาอังกฤษได้รับรางวัล "Outstanding Achievement in Character Performance" จาก Academy of Interactive Arts & Sciences เมื่อ พ.ศ. 2547 และได้รับระดับคะแนน 86% จากเว็บไซต์ Game Rankings และ 85% จากเว็บไซต์ Metacritic

โครงเรื่อง2 ปีถัดจากเนื้อเรื่องใน ไฟนอลแฟนตาซี X โลกสปิราไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก พื้นที่ส่วนใหญ่จากภาคก่อนหน้ายังคงอยู่ (ยกเว้น Omega Ruins และ Baaj Temple) และมีสถานที่ใหม่เพิ่มเข้ามาอีกเล็กน้อย สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ หมู่บ้านคิลิกาที่สร้างขึ้นใหม่ และหมอกบนยอดภูเขา Gagazet ได้หายไป เผยให้เห็นซากปรักหักพังที่ถูกลืมเลือนไป นอกจากนี้ พระราชวังแห่งเซนต์เบเวลล์สามารถเข้าได้ตลอดทั้งเกมจากที่ภาคก่อนหน้าสามารถเข้าได้เมื่อถึงเนื้อเรื่องบังคับเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่มีซิน อีกแล้ว แต่ Fiends ยังคงมีอยู่มากมายดังเช่นเมื่อก่อน

โครงเรื่อง

นอกจากความเปลี่ยนแปลงภายนอกแล้ว อุดมการณ์ของชาวสปิราก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเช่นกัน หลังจากที่ซินถูกปราบลงแล้ว ก็เข้าสู่ยุคที่เรียกว่า "Eternal Calm" นักบวชในลัทธิเยวอนได้ตัดสินใจเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับลัทธิ ให้ชาวสปิราได้ตัดสินใจเลือกวิถีการดำเนินชีวิตในโลกที่ไม่มีลัทธิและซิน ชาวสปิราได้รับชาวอัลเบดและเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิต ขณะที่คนส่วนใหญ่เริ่มแสวงหาความบันเทิงต่างๆ อย่างเช่นการแสดงดนตรี และกีฬาบลิทซ์บอล อีกส่วนหนึ่งก็เป็นนักล่าสมบัติโบราณ ตั้งแต่ค้นหาเหรียญและเครื่องจักรที่ถูกฝังมาเป็นเวลานานอยู่ใต้ผืนทรายบนเกาะบิคาเนล ไปจนถึงสเฟียร์ในถ้ำหรือซากปรักหักพังที่ถูกลืมเลือน ผู้ที่ออกแสวงหาสเฟียร์นี้เรียกว่า "นักล่าสเฟียร์ (Sphere hunter)" ซึ่งรวมตัวกันเป็นกลุ่มหลายกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่มีซินและ Maesters of Yevon อีกแล้ว แต่สปิราก็ยังคงมีความขัดแย้งอยู่ คนหนุ่มสาวได้ละทิ้งลัทธิเยวอนและหันไปสนใจในเครื่องจักร (ในเกมเรียกว่า "machina") เพื่อหวังจะพัฒนาสปิรา ขณะที่คนรุ่นเก่าจำนวนมากมองว่าความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป ในระหว่างนี้ในสปิราได้เกิดอุดมคติและวิถีปฏิบัติใหม่ๆ รวมทั้งกลุ่มทางการเมืองใหม่ๆขึ้นมา โดยสองกลุ่มที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคือ Youth League มีผู้นำคือ Mevyn Nooj และ New Yevon Party นำโดยอดีตนักบวชที่มีชื่อว่า "เทรมา" ซึ่งต่อมาได้หายสาบสูญไป และได้ Praetor Baralai ขึ้นเป็นผู้นำต่อมา สมาชิกของ Youth League ประกอบด้วยคนหนุ่มสาวเป็นหลัก มุ่งหวังที่จะทำให้ชาวสปิราละทิ้งวิถีเก่าๆได้โดยสมบูรณ์ ขณะที่สมาชิกของ New Yevon Party มีทั้งคนหนุ่มสาวและคนรุ่นเก่าที่คิดเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงต่างๆควรเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีคติพจน์ประจำพรรคว่า "One thing at a time."

ตัวละครหลัก

  • ยูน่า (Yuna)
  • ริคคุ (Rikku)
  • เพนน์ (Paine)
  • ทีดัส (Tidus)
  • เลนน์ (Lenne)
  • ชูอิน (Shuyin)
  • นูจ (Nooj)
  • บาราไล (Baralai)
  • กิ๊พพัล (Gippal)
  • เลอบลังค์ (Leblanc)
.

ไฟนอลแฟนตาซี XII

0 ความคิดเห็น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ไฟนอลแฟนตาซี XII
The original Japanese cover art of Final Fantasy XII
ผู้ออกแบบยาสุมิ มัตสึโนะ (original concept)
อากิโตชิ คาวาซึ (executive producer)
ฮิโรชิ มินางาวะ (director)
ฮิโรยูกิ อิโต้ (design director)
ไดสุเกะ วาตานาเบะ (scenario writer)
ฮิโตชิ ซาคิโมโตะ (music composer)
โยชิทากะ อามาโนะ (image illustrator, title logo designer)
อากิฮิโกะ โยชิดะ (character designer)
ผู้จัดจำหน่ายสแควร์เอนิกซ์
ออกจำหน่ายJP 16 มีนาคม 2549
NA 31 ตุลาคม 2549
AU 22 กุมภาพันธ์ 2550
EU 23 กุมภาพันธ์ 2550
INT 9 สิงหาคม 2550
แนวเกมRPG
จำนวนผู้เล่นผู้เล่นเดี่ยว
การจัดเรตติงCERO: A (ทุกเพศทุกวัย)
INT B (อายุ 12 ปีขึ้นไป)
ESRB: T (Teen) (13+)
OFLC (AU): M (15+)
PEGI: 16+
USK: 12+
ระบบปฏิบัติการเพลย์สเตชัน 2
อุปกรณ์ดูอัลช็อกคอนโทรลเลอร์
ไฟนอลแฟนตาซี XII (Fainaru Fantajī Tuerubu ทับศัพท์จาก Final Fantasy XII) เป็นเกม RPG ในชุดไฟนอลแฟนตาซี สำหรับเครื่องเกมเพลย์สเตชัน 2 สร้างสรรค์และวางจำหน่ายโดยค่ายสแควร์เอนิกซ์ และนับเป็นภาคที่ 12 ในซีรีส์ไฟนอลแฟนตาซี ออกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2549 ที่ผ่านมา โดยทำยอดจำหน่ายไปแล้วขณะนี้มากกว่า 2 ล้านชุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในประเทศไทยก็ได้ออกวางจำหน่ายไปแล้วเช่นกัน ส่วนวันวางจำหน่ายของเวอร์ชันภาษาอังกฤษในทวีปอเมริกาเหนือ อยู่ในช่วงเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 โดยไฟนอลแฟนตาซี XII เป็นไฟนอลแฟนตาซี ภาคหลักภาคแรกที่เป็นแนวเล่นคนเดียว นับจากไฟนอลแฟนตาซี X ซึ่งออกวางจำหน่ายไปเมื่อปี พ.ศ. 2544 เรื่องราวบางส่วนในภาคนี้ได้ถูกนำเสนอไปแล้วในเกม ไฟนอลแฟนตาซี แทคติกส์ แอดวานซ์ สำหรับเครื่องเกมบอยแอดวานซ์
ไฟนอลแฟนตาซี XII ได้เพิ่มเติมระบบการเล่นใหม่มากมายในซีรีส์นี้ ระบบการต่อสู้ไม่ได้เป็นการแบ่งเป็น 2 ฝ่ายอย่างเดิม และยังได้เพิ่มเติมระบบแกมบิท (Gambit) ที่ทำให้สามารถควบคุมตัวละครตัวอื่นได้อย่างอัตโนมัติ รวมไปถึงระบบสอบใบอนุญาต (License) ที่ทำให้ต้องตัดสินใจว่าความสามารถไหน หรืออุปกรณ์ใด ที่ตัวละครนั้นๆมีความต้องการในการใช้ก่อน ไฟนอลแฟนตาซี XII ยังได้นำเอาระบบการเล่นในภาคก่อนมาผสมผสานด้วย อาทิเช่น มนต์อสูร โจโกโบะ และเรือเหาะ เกมนี้ได้รับการประเมินจากนักวิจารณ์ด้วยคะแนนที่สูงมาก และได้รางวัลเกมยอดเยี่ยมแห่งปี จากนิตยสารเกมหลายฉบับ และจะมีภาคต่อของภาคนี้ในชื่อ ไฟนอลแฟนตาซี XII รีเวแนนท์ วิงส์ (Final Fantasy XII: Revenant Wings) ซึ่งวางจำหน่ายในรูปแบบเกมสำหรับเครื่องนินเทนโด ดีเอส ในวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2550 ที่ประเทศญี่ปุ่น

ประวัติความเป็นมาในการสร้าง


ระบบแกมบิท

การสร้างเกมไฟนอลแฟนตาซี XII ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2544 ซึ่ง ยาสุมิ มัตสึโนะ(Yasumi Matsuno) ผู้สร้างไฟนอลแฟนตาซี แทคติกส์ รับหน้าที่เป็นทั้งโปรดิวเซอร์และไดเร็กเตอร์ เพื่อทุ่มเทให้กับการสร้างไฟนอลแฟนตาซี XII แต่เนื่องมาจากปัญหาสุขภาพของเขา ฮิโรยูกิ อิโต้ (Hiroyuki Itō) และ ฮิโรชิ มินางาวะ (Hiroshi Minagawa) จึงเข้าช่วยในงานของไดเร็กเตอร์ ในขณะที่ อากิโทชิ คาวาซึ (Akitoshi Kawazu) แห่งเกมตระกูลซาก้า (SaGa) เป็นหัวหน้าโปรดิวเซอร์ร่วมกับ โยอิจิ วาดะ (Yōichi Wada) ประธานสแควร์เอนิกซ์ ทว่าการเสียชีวิตของมัตสึโนะ ได้สร้างความเสียใจให้กับ ฮิโรโนบุ ซากางุจิ ผู้เขียนบทเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาปฏิเสธที่จะเล่นไฟนอลแฟนตาซี XII ก่อนที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ
ความคิดที่จะยกเลิกระบบศัตรูที่ปรากฏตัวออกมาแบบสุ่ม ในระหว่างการเดินทางในดันเจี้ยนหรือนอกเมือง ซึ่งเป็นแนวคิดดั้งเดิมของเกม RPG ได้ถูกผลักดันขึ้นตั้งแต่แรกในกระบวนการพัฒนา[9] ซึ่งแนวคิดนี้เองได้นำไปสู่การพัฒนาระบบการต่อสู้แบบรอบทิศทาง ซึ่งทำให้ผู้เล่นสามารถสำรวจเส้นทางได้ โดยที่ไม่ถูกซีนการต่อสู้มาขัดขวาง ระบบแกมบิท (ตัวละครแต่ละตัวมีหน้าที่เฉพาะ ในสถานการณ์ต่างๆ) ได้นำมาเป็นส่วนแก้ปัญหาในจุดนี้ อิโต้ ได้แนวความคิดระบบแกมบิท มาจากการเล่นอเมริกันฟุตบอล ที่ผู้เล่นแต่ละคนจะมีหน้าที่เฉพาะ ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงการออกแบบระบบใบอนุญาต (licenses) ที่มีที่มาจากการที่ดัลมัสก้าถูกราชอาณาจักรอาร์เคเดียยึดครอง จึงต้องทำตามกฎที่เข้างวดของราชอาณาจักรอาร์เคเดีย
วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 เพื่อเป็นการโปรโมทไฟนอลแฟนตาซี XII ทางสแควร์เอนิกซ์จึงได้แถมแผ่นเดโมของเกมนี้ ไปกับแผ่นเกมดราก้อนเควสต์ VIII รุ่นที่ออกวางขายในอเมริกาเหนือ ซึ่งในระหว่างการพัฒนาเป็นภาษาอังกฤษ อเล็กซานเดอร์ โอ สมิท (Alexander O. Smith) ที่เคยทำงานในเกม วาแกรนต์สตอรี่ (Vagrant Story) และไฟนอลแฟนตาซี X ทำหน้าที่เป็นทั้งโปรดิวเซอร์และนักแปล รวมไปถึงอยู่เบื้องหลังในการตรวจสอบความหมายในบทภาษาญี่ปุ่นซึ่งเขียนโดย ไดสุเกะ วาตานาเบะ (Daisuke Wanatabe) และ มิวะ โชดะ (Miwa Shōda) สมิทได้ตัดสินใจที่จะใช้ภาษาอังกฤษในสำเนียงที่หลากหลาย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในพื้นที่ รวมไปถึงการขัดเกลาสำนวนให้เป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังรองรับระบบไวด์สกรีน 16:9 และมีมาตรฐานการจัดระดับเกมที่เล่นได้ในทุกระดับอายุ (CERO rating) 

ระบบการเล่น


ระบบการต่อสู้
ระหว่างการเล่นเกม ผู้เล่นจะทำการควบคุมตัวละครในเกม โดยเห็นเป็นมุมมองบุคคลที่สาม (third-person perspective) ในการที่จะพูดคุย สำรวจ หรือต่อสู้กับศัตรู สิ่งที่แตกต่างกับไฟนอลแฟนตาซีภาคอื่นๆ คือ ในภาคนี้จะทำการควบคุมด้วย อนาล็อกด้านขวา และสามารถมองได้รอบถึง 360ํ ในขณะที่อยู่ในเมือง ผู้เล่นจะสามารถเห็นได้ ในมุมมองของ วาน เท่านั้น แต่ในระหว่างการต่อสู้นั้น (นอกเมือง) ผู้เล่นจะสามารถเลือกตัวละครใดมาเล่นก็ได้
ผู้เล่นสามารถที่จะสำรวจอิวาลิซ ได้ในหลายทางไม่ว่าจะเป็นการเดินเท้า ขี่โจโกโบะ นั่งเรื่อเหาะ หรือเคลื่อนย้ายในพริบตาโดยใช้ เกจคริสตัล (gate crystals) และผู้เล่นยังสามารถหาข่าว และข้อมูลประวัติเบื้องลึกของ อิวาลิซ ผ่านทางระบบการสะสมจำนวนการล่าศัตรูแต่ละชนิดโดยเฉพาะ (bestiary) ไฟนอลแฟนตาซี XII ยังได้ปรับปรุงระบบการได้มาซึ่งเงินกิล ซึ่งศัตรูส่วนมากจะดรอบของที่เรียกว่า ลูท (Loot) ออกมา แล้วเราต้องนำลูทไปขายที่ตลาดบาซาร์ (Bazaar) ก่อนจึงจะได้เงินกิลมา และเมื่อขายลูทครบเงื่อนไข จะสามารถซื้อของในราคาพิเศษ ซึ่งอาจจะเป็นสินค้าแพ็ครวมลดราคา หรือสินค้าพิเศษที่หาไม่ได้จากที่อื่นได้จากตลาดบาร์ซ่าอีกด้วย

ระบบเสียง

ฮิโตชิ ซาคิโมโตะ (Hitoshi Sakimoto) รับหน้าที่ในเรื่องระบบเสียงในเกมแทบทั้งหมด ซึ่งภายหลังการเสียชีวิตของเขา โนบุโอะ อุเอมัตสึ ได้สานต่องานในปี พ.ศ. 2547 และทำเรื่องเพลงประจำไฟนอลแฟนตาซี XII แต่ว่าจากประสบการณ์ของซาคิโมโตะ เขาพบความยากลำบากในการที่จะ สร้างความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ในแบบฉบับของเขา ผลงานเพลง "Kiss me Good-Bye" ได้รับการสร้างสรรขึ้นให้กับเกมไฟนอลแฟนตาซี XII ซึ่งมีทั้งเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ ขับร้องโดย แองเจล่า อากิ (Angela Aki) อุเอมัตสึ ให้ความเห็นว่า " สไตล์การเล่นคีย์บอร์ดพร้อมกับร้องเพลงไปด้วย ของอากิ ทำให้เขานึกถึงดาราในดวงใจ สมัยที่เขายังเป็นเด็กอยู่ " เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาเลือกอากิ เพลง Kiss me Good-Bye เวอร์ขั่นภาษาอังกฤษ ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศญี่ปุ่น และอเมริกาเหนือ ซึ่งมีนักไวโอลิน ทาโร่ ฮาคาเซะ ร่วมบรรเลงกับวงซิมโฟนิก โพเอ็ม "โฮป" (Symphonic Poem "Hope") ซึ่งบรรเลงในเสียงซาวนด์แทรกในเกมนี้อีกด้วย

ตัวละคร

วาน

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
บ๊อบบี้ เอ็ดเนอร์โคเฮ ทาเคดะ

วาน ( Vaan) เป็นเด็กกำพร้าอายุ 17 ปี ชนเผ่ามนุษย์ (Hume) เขาได้เสียพ่อแม่ของเขาจากกาฬโรค ไปเมื่อตอนที่เขาอายุ 12 ปี หลังจากนั้นเขาก็ได้สูญเสีย เร็กส์ พี่ชายของเขาไปเมื่อสองปีก่อน ในช่วงที่จักรวรรดิอาร์เคเดีย ได้ทำการบุกโจมตีอาณาจักรดัลมัสก้า เขาได้อาศัยและทำงานช่วยเหลืองานจิปาถะให้กับมิเกโล่ (Migelo) เพื่อเลี้ยงชีพ โดยมีเพเนโล่เป็นเพื่อนสาวคนสนิทที่โตมาด้วยกัน เวลาว่างๆ วานจะคอยล้วงกระเป๋าพวกทหารอาร์เคเดีย วานเป็นคนที่ร่าเริง และในกลุ่มเพื่อนเขามักจะคิดว่าเขาเป็นหัวหน้าเสมอ วานฝันใฝ่มาตลอดว่าเขาจะเป็นสลัดอากาศและมีเรือเหาะเป็นของตนเอง (หลังจากที่การต่อสู้ของวานและพรรคพวกของเขาจบลง) เขามักจะฝึกฝนตนเองโดยการกำจัดพวกหนูที่อยู่ในท่อระบายน้ำเสมอ ผู้เฒ่าดาลัน จึงตั้งชื่อเล่นให้ว่า วาน แรทส์เบน (Vaan Ratsbane)

อาเชเลีย บนาร์กิน ดัลมัสก้า

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
แครี วาห์ลเกรนมิเอะ โซโนซากิ
เลดี้แอช หรือ อาเช่ ในภาคภาษาญี่ปุ่น มีชื่อเต็มว่า อาเชเลีย บนาร์กิน ดัลมัสก้า (Ashelia B'nargin Dalmasca) เป็นเจ้าหญิงวัย 19 ปี ที่เคยครองอาณาจักรดัลมัสก้า เป็นบุตรสาวคนเดียวของพระราชารามินัส และเป็นทายาทคนสุดท้ายของจอมกษัตริย์เรธวอลล์ เธออภิเษกสมรสกับลอร์ดราสเลอร์ (Rasler Heios Nabradia) ภายหลังจากที่ จักรวรรดิอาร์เคเดียได้รุกราน เธอสูญเสียสามี บิดา รวมไปถึงอาณาจักร ทำให้เธอเป็นม่ายทั้งที่ยังสาว การแต่งงานของเธอประชาชนเชื่อว่าเป็นเหตุผลทางการเมือง แต่เธอยังคงสวมแหวนแต่งงานมาตลอด 2 ปี นับจากวันที่เธอสูญเสียสามี ประชาชนเชื่อว่าเธอตรอมใจตายแล้ว แต่ก็เป็นเพียงแค่ข่าวลวง
อามาเลีย (Amalia) เป็นชื่อที่เลดี้แอช ใช้ในการเข้าร่วมกับกองกำลังต่อต้าน เธอมุ่งเป้าไปที่การล้างแค้นให้กับประชาชน และอาณาจักรของตน ทำให้ออคคิวเรียเลือกเธอให้เป็นจอมกษัตริย์คนต่อไป พร้อมทั้งสั่งให้เธอทำลายจักรวรรดิอาร์เคเดีย และเวแนท (Venat) ให้สิ้นซาก ออคคิวเรียจะคอยใช้ร่างของลอร์ดราสเลอร์ เพื่อชี้นำเลดี้แอช ให้ทำอย่างที่ตนต้องการ และมอบเนธิไซต์ที่ทรงพลังให้เลดี้แอช เพื่อให้เธอครอบครองทั้งอิวาลิซ เหมือนที่บรรพบุรุษของเธอเคยทำมาก่อน แต่ในท้ายที่สุดเธอก็ปฏิเสธที่จะทำตามที่ออคคิวเรียต้องการ และเลือกทางเดินของตัวเอง

บาช

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
คีธ เฟอร์กูสันริกิยะ โคยามะ
บาช ฟอน รอนเซนเบิร์ก ( Basch fon Ronsenburg) อายุ 36 ปี เป็นหัวหน้าอัศวินของอาณาจักรดัลมัสก้า เกิดที่ราชอาณาจักรแลนดิส (Landis) มีพี่น้องฝาแฝดชื่อ โนอา (Noah) หลังจากที่จักรวรรดิอาร์เคเดียยึดครองบ้านเกิด บาชหนีมาอยู่ที่ดัลมัสก้า และการเป็นคนที่รู้จักและรักใครของชาวเมือง ในขณะที่จักรวรรดิอาร์เคเดียเข้าโจมตีป้อมปราการนัลบินา (Nalbina Fortress) บาชรับหน้าที่ในการป้องกัน ป้อมปราการสำคัญนี้ เขาร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับ ลอร์ดราสเลอร์ ที่อาสาไปช่วยปกป้องป้อมปราการนี้ด้วย แต่กองกำลังของอาร์เคเดียมากเกินกว่าจะต้านทานได้ ลอร์ดราสเลอร์ถูกยิงเข้าที่สำคัญ บาชได้พยายามนำลอร์ดราสเลอร์ออกจากสนามรบ หลังจากจักรวรรดิอาร์เคเดีย บุกเข้ายึดครองเกือบสำเร็จ บาชกับกัปตันอซีลัส (Captain Azelas) เข้าโจมตีป้อมปราการนัลบินา เพื่อหวังจะช่วยชีวิตพระราชารามินัส ที่ถูกกองกำลังอาร์เคเดียควบคุมตัว แต่เวย์น โวลิดอร์ ได้วางแผนที่จะให้ร้ายบาช รออยู่แล้ว โนอาน้องชายฝาแฝดของบาช ใช้ชื่อใหม่ว่า แกบรานธ์ (Gabranth) ควบคุมตัวบาชได้ แล้วปลอมตัวเป็นบาช สังหารพระราชารามินัส และทำร้ายเร็กส์ (Reks) พี่ชายของวานจนบาดเจ็บสาหัส เพื่อให้เร็กส์เป็นพยานสำคัญ บาชถูกตราหน้าว่าเป็นกบฎ และถูกมาร์ควิสออนดอร์ตัดสินประหารชีวิต แต่อันที่จริงแล้ว เขาเพียงแต่ถูกจองจำไว้ที่นัลบินาดันเจี้ยน (Nalbina Dungeons) เพื่อให้แน่ใจว่ามาร์ควิสออนดอร์ จะยังคงภักดีต่อจักรวรรดิอาร์เคเดีย ถ้ามาร์ควิสออนดอร์ทรยศ เวย์น โซลิดอร์ก็จะประกาศว่าบาชยังมีชีวิตอยู่ เพื่อทำลายชื่อเสียงของมาร์ควิสออนดอร์

เพเนโล่

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
แคทเธอรีน เทเบอร์ยูนะ มิคุนิ
เพเนโล่ หรือ พันเนโล่ ในภาคภาษาญี่ปุ่น (Penelo) เป็นเด็กกำพร้าอายุ 17 ปี ทำงานเป็นแดนเซอร์ที่ตลาดบาซาร์ เธอเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัวจากพี่ชายของเธอที่เป็นทหารที่เสียชีวิตไปแล้ว เพเนโล่สามารถรับกับสถานการณ์เฉพาะหน้า และสถานการณ์ที่กดดันได้ดี เธอรู้จักกับวานมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก และเป็นเหมือนพี่น้องกับวาน ครอบครัวของเธออุปการะวานไว้ หลังจากที่ครอบครัวของวานเสียชีวิตไป เพเนโล่ค่อนข้างจะชอบวาน และเมื่อทั้งคู่เติบโตขึ้นมาด้วยกัน ยิ่งคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันมากขึ้น

บัลเธียร์

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
กิเดียน เอเมอรีฮิโรอากิ ฮิราตะ
บัลเธียร์ หรือ บัลแฟลร์ ในภาคภาษาญี่ปุ่น (Balflear, Balthier) เป็นมนุษย์อายุ 22 ปี สลัดอากาศที่มีชื่อเสียงไปทั่วอิวาลิซ มีเรือเหาะดัดแปลงพิเศษ ชื่อ ซตรอล (Strahl) มีคู่หูเป็นเวียร่า ชื่อ ฟราน (Fran) พวกเขาไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับสงคราม อย่างไรก็ตามการที่เขาหมายตาเมจิกไซต์ที่มีชื่อว่า ก็อดเดสส์เมจิกไซต์ (Goddess's Magicite) ที่อยู่ที่ท้องพระคลังของปราสาทดัลมัสก้า ซึ่งถูกวานขโมยตัดหน้าไป แต่จากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่กองกำลังต่อต้าน จะลอบสังหารเวย์น โซลิดอร์ ทำให้ทั้ง 3 คนต้องหนีไปทางท่อระบายน้ำใต้เมือง และวาน บัลเธียร์ แฟรน นำไปสู่การเข้าร่วมกับกองกำลังต่อต้าน หลังจากที่ได้พบกับอเมเลียโดยบังเอิญ
บัลเธียร์ เดิมชื่อว่า ฟามรัน มิด บูนันซา (Ffamran Mid Bunansa) ลูกชายของดอกเตอร์ซิด (Cidolfus Demen Bunansa) เขาเติบโตขึ้นมาภายใต้การปกครองของพ่อ ที่ลุ่มหลงในความลึกลับของเนธิไซต์ดอกเตอร์ซิดพยายามที่จะให้เขาได้เป็นจัดจ์ เมจิสเตอร์ (Imperial Judge) แต่เขาปฏิเสธ และเลือกที่จะมีอิสรภาพมากกว่า จึงตัดพ่อตัดลูกกับดอกเตอร์ซิด และได้มาเป็นสลัดอากาศที่มีชื่อเสียงภายใต้ชื่อใหม่ว่า บัลเธียร์ ซึ่งค่าหัวของบัลเธียร์ เป็นที่เชื้อเชิญให้เหล่านักล่าค่าหัว คอยตามรังควาญ หนึ่งในนั้น คือ บากัมนัน (Ba'Gamnan) นักล่าค่าหัวที่มีชื่อเสียงด้านความโหดร้าย และวิปริต แต่มีฝีมือสูง บัลเธียร์พยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับเนธิไซต์เพื่อจะได้ไม่เป็นเหมือนพ่อ แต่ว่าภายหลังแล้วก็ต้องมาพัวพันจนได้ เมื่อรู้ว่าก็อดเดสเมจิกไซต์ที่ตนพยายามขโมย ที่จริงแล้วคือ ดัสก์ชาร์ด (Dusk Shard) หนึ่งในเนธิไซต์ที่ทรงพลังที่สุดในอิวาลิซ ที่ดอกเตอร์ซิดต้องการ ถึงขนาดร่วมมือกับเวย์น โซลิดอร์ เพื่อรุกรานดัลมัสก้า เพียงแค่ต้องการครอบครองเนธิไซต์เท่านั้น

ฟราน

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
นิโคล แฟนทิลริกะ ฟุคามิ
ฟราน (Fran) เป็นนักรบเผ่าเวียร่า (viera) ไม่ทราบอายุที่แน่ชัด แต่ว่าอายุขัยของเผ่าเวียร่า สูงกว่ามนุษย์หลายเท่า อีกทั้งเวียร่ายังมีสัมผัสที่ว่องไวกับมิสต์ (Mist) ซึ่งมิสต์คือพลังงานที่ออกมาจากเมจิกไซต์ทุกชนิด รวมไปถึงเนธิไซต์ด้วย เวียร่าสามารถพูดคุย กับต้นไม้ได้ และรู้ความหมายของสายลม และเสียงกระซิบของป่า เฟรนเกิดที่หมู่บ้าน อิรัป (Eruyt Village) เป็นหมู่บ้านลึกลับที่หลบซ่อนจากสายตามนุษย์ มีเพียงเวียร่าเท่านั้นที่รู้วิธีเข้า เธอต้องการอิสรภาพ จึงละทิ้งกฎแห่งป่า ออกมาที่อิวาลิซเมื่อ 50 ปีที่แล้ว และภายหลังได้พบกับบัลเธียร์ และกลายเป็นคู่หูกัน หลังจากที่เธอถูกขับออกจากป่าเป็นเวลานาน ทำให้เธอไม่สามารถรับฟังเสียงของต้นไม้ได้อีกต่อไป สำหรับเวียร่าแล้ว เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มากนัก เธอเองยังคงกลัวว่าป่าจะเกลียดเธอ ที่เธอทอดทิ้งป่ามา แต่เธอเองก็ไม่มีวันเข้าใจเสียงของป่าได้อีกเป็นครั้งที่สอง

ลาร์ซา เฟอร์รินัส โซลิดอร์

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
จอห์นนี่ แมคคีโอว์นยูกะ อิมาอิ
ลาร์ซา เฟอร์รินัส โซลิดอร์ ( Larsa Ferrinas Solidor) ลูกชายคนที่ 4 ของจักรพรรดิกรามิส (Emperor Gramis) เป็นน้องชายของ เวย์น โซลิดอร์ (Vayne Solidor) ลาร์ซานับถือพ่อของเขาที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และนับถือเวย์น ผู้เป็นพี่ชายมาก ลาร์ซาอายุเพียง 12 ปี และถูกเลี้ยงดูให้ห่างจากเรื่องราวของสงคราม ลาร์ซาได้รับความเชื่อถือจากสภาสูงของจักรวรรดิอาร์เคเดีย มากกว่าเวย์น โซลิดอร์ สภาสูงจะให้ลาร์ซาเป็นจักรพรรดิคนต่อไป เพราะคิดว่าจะสามารถควบคุมลาร์ซาได้ง่ายกว่า อีกทั้งสภาสูงยังหวาดกลัวเวย์น โซลิดอร์ ที่เชี่ยวชาญการบัญชาการรบ และน่ากลัวกว่าลาร์ซา ถึงแม้ว่าลาร์ซาจะอายุยังน้อย แต่มีภาวะผู้นำสูง สามารถหาทางแก้ปัญหาการปกครองที่ยากลำบากได้ ลาซาร์ตัดสินใจเข้าร่วมเดินทางกับเลดี้แอช (อาเช่) เพื่อหาหนทางยับยั้งสงคราม และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

เวย์น คารูดัส โซลิดอร์

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
อีไลจาห์ อเล็กซานเดอร์โนบุโอะ โทบิตะ
เวย์น คารูดัส โซลิดอร์ ( Vayne Carudas Solidor) ลูกชายคนที่ 3 ของจักรพรรดิกรามิส เป็นพี่ชายของลาร์ซา เฟรินัส โซลิดอร์ อายุ 27 ปี เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นหนึ่งในสมาชิกของ เฮาส์โซลิดอร์ (House Solidor) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีอำนาจปกครองจักรวรรดิอาร์เคเดีย เฮาส์โซลิดอร์ปกครองจักรวรรดิอาร์เคเดียมา 4 รุ่นแล้ว เวย์น โซลิดอร์ มีฐานะเทียบเท่ากับเจ้าชาย แต่เวย์นไม่เคยสนใจที่จะให้ใครมาเคารพเขาในฐานะนั้น แต่จะให้ยอมสยบในอำนาจที่แท้จริงมากกว่า เวย์นร่วมมือกับดอกเตอร์ซิด ในการวิจัยทางทหารที่เป็นความลับ แม้แต่สภาสูงยังรู้น้อยมากเกี่ยวกับสิ่งที่เวย์นทำ เวย์นเป็นอีกคนที่สามารถพูดคุย และมองเห็นเวแนท (Venat) เวแนทกับออคคิวเรียเป็นเหมือนเทพ ที่คอยควบคุมประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติบนอิวาลิซ เพียงแต่เวแนททรยศออคคิวเรีย ซึ่งเวแนทได้เลือกให้เวย์นเป็นจอมจักรพรรดิ แต่ออคคิวเรียเลือกให้เลดี้แอชเป็นจอมกษัตริย์ เวย์นได้ใช้ข้อมูลเกี่ยวกับเนธิไซต์จากเวแนท ให้ดอกเตอร์ซิดพัฒนาเป็น แมนูแฟกเท็ด เนธิไซต์ (manufacted Nethicite) ซึ่งเป็นอาวุธที่ทรงพลังใกล้เคียงกับเนธิไซต์ของออคคิวเรีย เพียงแต่มนุษย์สามารถสังเคราะห์ได้เอง และควบคุมได้ ซึ่งเวย์นได้ใช้เป็นอาวุธหลัก ในการรุกรานอาณาจักรอื่นๆ

มาร์ควิส เฮลิม ออนดอร์ ที่ 4

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
ทอม เคนอาคิโอะ โนจิมะ
มาร์ควิส เฮลิม ออนดอร์ ที่ 4 (Marquis Halim Ondore IV) เป็นนายกรัฐมนตรีของนครลอยฟ้าบูเจอร์บา (Bhujerba) อยู่ในตระกูลขุนนางชั้นสูงที่ปกครองบูเจอร์บามาหลายรุ่น มีศักดิ์เป็นอาของเลดี้แอช เป็นคนที่ให้พรในงานอภิเษกสมรสระหว่างเลดี้แอชกับลอร์ดราสเลอร์ และยังเป็นคนทำพิธีไว้อาลัยในงานศพ ของลอร์ดราสเลอร์เช่นกัน มีข่าวลือว่าออนดอร์ให้การสนับสนุนกองกำลังต่อต้าน แต่ออนดอร์ ก็ยอมอ่อนข้อ ให้กับจักรวรรดิอาร์เคเดีย เพราะต้องการรักษาความสงบ และคงไว้ซึ่งความเป็นกลาง ข่าวการตายของบาช ฟอน รอนเซนเบิร์ก เป็นเพียงแค่เครื่องมือของเวย์น โซลิดอร์ เพื่อใช้ให้ออนดอร์เป็นหุ่นเชิดเท่านั้น ซึ่งภายหลังเหตุการณ์กองเรือที่ 8 ลีไวอาทัน ของจักรวรรดิอาร์เคเดียถูกทำลาย จากแรงระเบิดของดอว์นชาร์ด (Dawn Shard) ออนดอร์ก็เริ่มจะแสดงจุดยืนที่แน่นอนในการต่อต้านจักรวรรดิอาร์เคเดีย โดยเริ่มจากการยกเลิกการขายเมจิกไซต์ให้กับจักรวรรดิอาร์เคเดีย พร้อมทั้งปิดเหมืองลูซู (Lhusu Mines)หนึ่งในเหมืองที่มีเมจิกไซต์คุณภาพสูงที่สุดบนอิวาลิซ ทั้งยังรวมมือกับจักรวรรดิโรซาร์เรียน (Rozarrian Empire) ในการสนับสนุนกองกำลังต่อต้าน และออนดอร์ยังทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายเนื้อเรื่องระหว่างการดำเนินเรื่องในแต่ละช่วงอีกด้วย

ราสเลอร์ เฮออส นาบราเดีย

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
แอนดรูว์ ฟิลพอตยาสึยูกิ คาเซะ
ราสเลอร์ เฮออส นาบราเดีย (Rasler Heios Nabradia) เป็นเจ้าชายแห่งราชวงศ์นาบราเดีย และเป็นสามีของเลดี้แอช เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรดัลมัสก้า หลังจากที่ลอร์ดราสเลอร์อภิเษกสมรสได้ไม่นาน ดัลมัสก้าก็ถูกรุกรานโดยจักรวรรดิอาร์เคเดีย ลอร์ดราสเลอร์อาสาไปป้องกันป้อมปราการนัลบินา ซึ่งเป็นป้อมสำคัญ ภายหลังจากที่ทราบข่าวร้ายจากกัปตันบาช วอน รอนเซนเบิร์กว่า เมืองนาบุดิส บ้านเกิดของลอร์ดราสเลอร์ และเป็นเมืองหน้าด่านก่อนที่จะถึงดัลมัสก้าพินาศแล้ว จากการรบที่ป้อมปราการนัลบินา ลอร์ดราสเลอร์ถูกยิงเข้าที่จุดสำคัญ เป็นเหตุให้สิ้นพระชมน์ในเวลาต่อมา ซึ่งในระหว่างการดำเนินเรื่อง จะปรากฏตัวมาให้เลดี้แอชเห็นในรูปวิญญาณบ่อยครั้ง ซึ่งบางครั้ง วานก็มองเห็นเหมือนกัน แต่ที่จริงแล้วเป็นเพียงภาพลวงตาที่ออคคิวเรียสร้างขึ้น เพื่อชี้นำเลดี้แอชให้ทำตามที่พวกออคคิวเรียต้องการ

อัลซิด มาร์เกรซ

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
เดวิด แรสเนอร์โนริโอะ วากาโมโตะ
อัลซิด มาร์เกรซ ( Al-Cid Margrace) สมาชิกของเฮาส์มาร์เกรซ กลุ่มผู้ที่ปกครองจักรวรรดิโรซาร์เรียน อัลซิดได้ร่วมมือกับลาร์ซา ที่จะยับยั้งสงคราม แต่ว่าการตายของจักรพรรดิกรามิส ทำให้ความหวังยิ่งริบหรี่ลง อัลซิดมีความสามารถในการหาข่าวสูง ซึ่งเขาจะมีผู้ช่วยเป็นผู้หญิง คอยติดตามข้างกายอยู่เสมอ อัลซิดเรียกพวกผู้ช่วยที่พึ่งพาได้นี้ว่า นกน้อย (birds) หลังจากที่อัลซิด รู้ว่าไม่มีทางยับยั้งสงครามได้ เขาจึงได้ให้สัญญากับเลดี้แอช ว่าจะชะลอแผนการโจมตีของจักรวรรดิโรซาร์เรียนให้นานที่สุด เพื่อยืดเวลาให้เลดี้แอช พร้อมทั้งบอกกับเลดี้แอชว่าหากผ่านพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายนี้ไปได้ อัลซิดจะขอเชิญเลดี้แอช ไปเยี่ยมชมที่จักรวรรดิโรซาร์เรียนอย่างเป็นทางการ

กรามิส กานา โซลิดอร์

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
โรเจอร์ แอล แจ็กสันฮิเดคัตสึ ชิบาตะ
กรามิส กานา โซลิดอร์ (Gramis Gana Solidor) เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 4 ของ จักรวรรดิอาร์เคเดีย และเป็นพ่อของเวย์น กับ ลาร์ซา โซลิดอร์ สุขภาพร่างกายของเขาเริ่มย่ำแย่ อันเนื่องมาจากการตรากตรำงานหนัก สภาสูงจึงเสนอให้ลาร์ซาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจักพรรดิ ซึ่งจักรพรรดิกรามิสก็ไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด จักรพรรดิกรามิสเป็นคนสั่งให้เวย์น สังหารลูกชายคนโต 2 คนซึ่งเป็นพี่ชายของเวย์นในอดีต เหตุการณ์นี้ยังคงทำให้จักรพรรดิกรามิสเสียใจอยู่ และทำให้เวย์นโหดร้ายมากขึ้น เนื่องจากว่าจักรพรรดิกรามิสไม่ยอมสละอำนาจ ในที่สุดเขาก็ถูกเวย์นลอบสังหาร โดยเวย์นจัดฉากให้คนลงมือ คือหนึ่งในสภาสูง แล้วทำการลิดรอนอำนาจจากสภาสูงอีกที แล้วแต่งตั้งตัวเองเป็นจอมเผด็จการ เนื่องจากเวย์นเชี่ยวชาญการรบ การยึดอำนาจของเวย์น จึงไม่ได้ทำให้ประชาชนเกลียดชังเขาเลย

เร็กส์

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
ยูริ โลเวนธัลฮิเดกิ ทาซากะ
เร็กส์ (Reks) เป็นพี่ชายของวาน เข้าร่วมในภารกิจช่วยเหลือพระราชารามินัส จากการถูกจักรวรรดิอาร์เคเดียบังคับให้ยอมแพ้ จากการพบกับบาชและวอสเลอร์โดยบังเอิญ ในขณะที่เร็กส์ต่อสู้ป้องกันป้อมปราการนัลบินาอย่างสุดความสามารถ แต่ว่าเมื่อเร็กส์ไปถึง ก็พบว่าพระราชารามินัสสิ้นพระชนม์แล้ว ทั้งยังถูกบาชทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เร็กส์จึงเป็นพยานปากสำคัญ ในการยืนยันว่าบาชลอบสังหารพระราชารามินัส ภายหลังได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ก็เสียชีวิตก่อนที่วานจะมาเยี่ยม

วอสเลอร์ ยอร์ก อซีลาส

นักพากย์อังกฤษนักพากย์ญี่ปุ่น
โนแลน นอร์ธมาซากิ เทราโซมะ
วอสเลอร์ ยอร์ก อซีลาส (Vossler York Azelas) เป็นหัวหน้าอัศวินแห่งอาณาจักรดัลมัสก้า และเป็นคู่หูที่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับ กัปตันบาช ฟอน รอนเซนเบิร์ก ภายหลังจากที่อาณาจักรดัลมัสก้าพ่ายแพ้ วอสเลอร์เป็นคนอารักขาเลดี้แอช และพาไปหลบซ่อนตัวในที่ปลอดภัย ทั้งยังรวบรวมเหล่าผู้ที่จงรักภักดีต่อพระราชารามินัสและเลดี้แอช มาตั้งเป็นกองกำลังต่อต้าน วอสเลอร์มีทักษะการรบที่สูง ผ่านความเป็นความตายมากับบาชนับครั้งไม่ถ้วน ถือว่าเป็นคนสำคัญคนหนึ่งในกองกำลังต่อต้าน และจะคอยวางแผนการที่สำคัญ รวมทั้งฝึกฝนกำลังคน วอสเลอร์จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อกอบกู้อาณาจักรดัลมัสก้ากลับคืนมาให้ได้

เนื้อเรื่อง

ระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ

แผนที่อิวาลิซ (Ivalice)
ไฟนอลแฟนตาซี XII ดำเนินเรื่องอยู่บนโลกเสมือนจริงชื่อว่า อิวาลิซ (Ivalice) โดยเริ่มต้นที่อาณาจักรดัลมัสก้า ในเมืองหลวงที่ชื่อ ราบานัสต้า กำลังมีงานเฉลิมฉลองการอภิเษกสมรส ระหว่างเลดี้แอช เจ้าหญิงแห่งอาณาจักร ดัลมัสก้า กับเจ้าชายราสเลอร์ แห่งอาณาจักรนาบราเดีย ซึ่งภายหลังงานอภิเษกไม่นาน อาณาจักรดัลมัสก้าก็ถูกรุกรานโดยจักรวรรดิอาร์เคเดีย ทำให้เกิดสงครามขึ้น อาณาจักรนาบราเดียกับอาณาจักรดัลมัสก้า ร่วมเป็นพันธมิตร กันต่อต้านการรุกรานของจักรวรรดิอาร์เคเดีย ในระหว่างการรบเจ้าชายราสเลอร์เสียชีวิต เป็นผลให้พระราชารามินัสแห่งจักรวรรดิอาร์เคเดีย ถูกบังคับให้เซ็นสัญญายอมแพ้ และมีแผนการที่จะสังหารพระองค์ทิ้งหลังจากสละอำนาจ เหล่าอัศวินของอาณาจักรดัลมัสก้า พยายามสุดชีวิตที่จะขัดขวางแผนการนี้ กัปตันบาช หัวหน้ากองทัพอัศวินแห่ง อาณาจักรดัลมัสก้า เป็นผู้ลงมือสังหารพระราชารามินัส โดยมี เร็กส์ ทหารหนุ่มวัย 17 ปีที่พยายามขัดขวางแผนการลอบสังหาร เป็นพยานในที่เกิดเหตุ เป็นผลให้ มาร์ควิส ออนดอร์ ประกาศให้กัปตันบาช ฟอน รอนเซนเบิร์ก ต้องโทษกบฎ พร้อมทั้งประกาศข่าวว่า เลดี้แอช ตรอมใจตาย อันเนื่องมาจากสูญเสียบิดา สามี และอาณาจักรในเวลาเดียวกัน
2 ปีให้หลัง วาน น้องชายของเร็กส์ ได้วางแผนที่จะเข้าไปขโมยของ ในท้องพระคลังของปราสาทดัลมัสก้า ในงานต้อนรับการมาเยือนของ เวย์น โซลิดอร์ บุตรชายคนโตของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิอาร์เคเดีย แต่แผนการของ วานถูกคัดค้านอย่างหนักจาก เพเนโล่ เพื่อนสาวคนสนิทที่โตมาด้วยกัน ในระหว่างที่วานลอบเข้าไปในท้องพระคลังได้สำเร็จ จากการช่วยเหลือของ ผู้เฒ่าดาร์ลัน (Old Dalan) วานได้พบกับบัลเธียร์ และ แฟรน ที่หมายตาเมจิกไซต์ ซึ่งวานขโมยมาได้เหมือนกัน ระหว่างนั้นเหล่ากองกำลังต่อต้านได้เปิอฉากโจมตี เพื่อลอบสังหาร เวย์น โซลิดอร์ แต่กลับถูกซ้อนแผน โดยเวย์น โซลิดอร์ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ แล้วให้กองเรือเหาะอิฟรีท เตรียมซุ่มโจมตีพวกกองกำลังต่อต้าน ในระหว่างการหลบหนีทั้ง 3 คนได้ตกลงไปในท่อระบายน้ำใต้ดินของราบานัสต้า และได้พบกับ อเมเลีย หัวหน้าของกองกำลังต่อต้าน ทั้งหมดจึงตัดสินใจร่วมกันหลบหนี อย่างไรก็ตามกองทหารอาร์เคเดียก็จับกุมได้ทั้งหมด โดยวาน บัลเธียร์ และแฟรน ถูกส่งตัวไปที่นัลบิน่าดันเจี้ยน ในขณะที่ อเมเลีย ถูกแยกตัวไปที่อื่น ทั้ง 3 คนได้หลบหนีออกจากนันบินาดันเจี้ยน และได้พบกับ กัปตันบาช ฟอน รอนเซนเบิร์ก ที่ขอให้ช่วย พร้อมทั้งอธิบายว่าเขาถูกใส่ความโดยน้องชายฝาแฝด แกบรานธ์ และที่เขาไม่ถูกประหารชีวิต ก็เพื่อจะแบล็กเมล์ ออนดอร์ ให้เงียบไว้ ซึ่งตอนแรกวานไม่เชื่อ เพราะว่าเร็กส์ พี่ชายของตนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ภายหลังวานก็เข้าใจ
หลังจากหนีออกมาได้ วานอยากจะโชว์ของที่ขโมยมาได้ให้เพเนโล่ดู จึงได้รู้ว่าเพเนโล่ถูกนักล่าค่าหัว บากัมนัน ลักพาตัวไปที่นครลอยฟ้าบูเจอร์บา เพื่อที่จะล่อบัลเธียร์ออกมา ทั้งหมดจึงได้ตัดสินใจไปช่วยเพเนโล่ ซึ่งเมื่อไปถึงบูเจอร์บา ก็ได้พบกับเด็กหนุ่มลึกลับ เลอมอนท์ (Lamont) ที่อาสาจะนำทางไปยังในเหมือง ที่ๆ เพเนโล่ถูกจับตัวไป ภายหลังจากเข้าไปเจอพวกบากัมนัน แล้วหนีมาได้จึงรู้ว่าเพเนโล่ยังปลอดภัยอยู่ แต่อยู่ที่อื่น พร้อมทั้งรู้อีกว่าเลอมอนท์ ที่จริงแล้วก็คือ น้องชายของ เวย์น โซลิดอร์ ที่มีชื่อว่า ลาร์ซา เฟอร์รินัส โซลิดอร์ บาชตัดสินใจเข้าพบ ออนดอร์ และอธิบายเรื่องทั้งหมดพร้อมทั้งเรื่องอเมเลีย แต่ออนดอร์กลับควบคุมตัวทั้งหมด ส่งให้ จัดจ์กีส (Judge Ghis) ไปควบคุมที่เรือเหาะ ลีไวอาทัน (Leviathan) ซึ่งวานยื่นขอเสนอส่งมอบเมจิกไซต์ที่ขโมยมาได้ให้ จัดจ์กีส แลกกับการไม่ประหารชีวิต ซึ่งเมจิกไซต์อันนี้มีความสำคัญ คือเป็นสิ่งที่ใช้ยืนยันฐานะที่แท้จริงของเลดี้แอช และเป็นเหมือนเครื่องหมายแห่งกษัตริย์ (Dusk shard) ของอาณาจักรดัลมัสก้า

ลีไวอาทัน เรือรบระดับ เดรดนอท (Dreadnought Leviathan)
บนลีไวอาทัน ทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือจาก วอสเลอร์ ทหารคนสนิทของบาช ที่มาร์ควิสออนดอร์ส่งตัว เข้ามาแทรกซึมในเรือเหาะลีไวอาทัน ทั้งหมดได้เข้าช่วยเหลือ อเมเลีย ซึ่งรู้ภายหลังว่า ที่แท้จริงเธอคือ เลดี้แอช เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรดัลมัสก้า เพเนโล่ได้รับการช่วยเหลือจาก ลาร์ซา ทั้งหมดได้หนีออกจากเรือเหาะลีไวอาทัน แต่ว่าก็ล้มเหลวที่จะพิสูจน์ฐานะที่แท้จริงว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ เพราะหากปราษจากดัสก์ชาดแล้ว แกรสเคลเทียร์อนาสตาซิส ซึ่งเป็นเหมือนพระสันตะปาปา ที่แค่เพียงชายตามอง แม้แต่จอมกษัตริย์หรือจักรพรรดิ์จะนิ่งฟัง ซึ่งหากปราศจากดัสก์ชาด แกรนเคลเทียร์ก็ไม่สามารถประกาศให้เลดี้แอชเป็นราชินีที่ชอบธรรมได้ เลดี้แอชจึงจำเป็นต้องหาหลักฐานอื่น นอกเหนือจากดัสก์ชาร์ดที่ถูกยึดไป เลดี้แอชเล่าให้ฟังว่า ในสมัยอดีตจอมกษัตริย์เรธวอลล์ (Dynast-King Raithwall) ได้ครอบครอง ดอว์นชาร์ด ซึ่งมีแต่ผู้สืบสายเลือดของพระองค์เท่านั้น ที่จะหาเจอและควบคุมพลังได้ ซึ่งได้ถูกเก็บซ่อนไว้ในสุสานจอมกษัตริย์ เรธวอลล์ ซึ่งภายหลังจากเอาดอว์นชาร์ดมาได้ ก็ถูกจัดจ์กีส ตามจับตัวได้อย่างรวดเร็ว จึงรู้ว่าแท้จริงแล้ววอสเลอร์ทรยศ ไปเข้ากับจักรวรรดิอาร์เคเดีย
ทั้งหมดจึงถูกจับกุมตัวไปที่เรือเหาะชีวา (Shiva) หนึ่งในกองเรือลีไวอาทัน จัดจ์กีสต้องการทดสอบดูว่า ดอว์นชาร์ด เป็นของจริงหรือไม่จึงพิสูจน์กับเครื่องปฏิกรณ์ในเรือเหาะ นักวิจัยพบว่า ดอว์นชาร์ด ปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา จึงยืนยันได้ว่าเป็นของจริง แต่ในขณะนั้นเองแฟรน ซึ่งเป็นเผ่าเวียร่า มีสัมผัสที่ว่องไวกับ มิสต์ ซึ่งมิสต์ คือพลังงานที่ปล่อยออกมาจากเมจิกไซต์ทุกชนิด มิสต์มหาศาลที่ถูกแผดเผาของ ดอว์นชาร์ด ทำให้เฟรนคลั่ง แล้วมีพลังมากขึ้น จึงอาละวาด ทำให้ทั้งหมดได้โอกาศที่จะหนี ถึงแม้ว่าจัดจ์กีสจะใช้เวทย์เข้าขัดขวาง แต่ว่าเพเนโล่ได้รับของที่ระลึกอย่างหนึ่งจากลาร์ซา ที่เรียกว่า ไดแฟกเท็ดเนธิไซต์(deifacted Nethicite) ซึ่งมีคุณสมบัติต่างจากเมจิกไซต์ โดยไดแฟกเท็ดเนธิไซต์จะดูดพลังเวทย์ทำให้เวทย์ของจัดจ์กีส ใช้ไม่ได้ผล ทั้งหมดจึงหลบหนี ออกมาได้หวุดหวิด แต่ว่าพลังงานมหาศาลของดอว์นชาร์ด ควบคุมไม่ได้ จึงเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงทำลายกองเรือลีไวอาทันทั้งกองเรือ วอสเลอร์กับจัดจ์กีสเสียชีวิต ในเหตุการณ์นี้ ซึ่งพวกเลดี้แอชได้ดอว์นชาร์ดกลับคืนมาภายหลังการระเบิด
เลดี้แอช หวังจะใช้พลังของ ดอว์นชาร์ด เข้าต่อสู้กับจักรวรรดิอาร์เคเดีย แต่ว่าไม่รู้วิธีใช้ เฟรนจึงแนะนำให้ไปปรึกษาของเผ่าการีฟ (Garif) ที่เคยได้รับพลังจากเมจิกไซต์ชนิดนี้เหมือนกัน ทั้งหมดจึงเดินทางไปทางตอนใต้ผ่านทาง ออสโมนเพลน (Ozmone Plain) เมื่อได้พบกับหัวหน้าเผ่า จึงได้รู้ประวัติของเนธิไซต์พิเศษที่ทรงพลัง เดิมที่ ออคคิวเรีย ผู้เป็นอมตะ (Occuria) เปรียบเสมือนพระเจ้าของอิวาลิซ ได้มอบเมจิกไซต์ที่ทรงพลังให้กับเผ่าการีฟ แต่ว่าเผ่าการีฟรักสงบ และเลือกที่จะอยู่กับธรรมชาติ ไม่ฝักใฝ่ในพลังอำนาจจึงเพียงแต่นำเนธิไซต์มาบูชาเท่านั้น ออคคิวเรียไม่พอใจอย่างมาก จึงยึดเนธิไซต์คืน แล้วมอบให้กับมนุษย์หนึ่งในนั้นคือ จอมกษัตริย์เรธวอลล์ ซึ่งจอมกษัตริย์เรธวอลล์ ได้ใช้พลังของดอว์นชาร์ดปกครองอิวาลิซอย่างร่มเย็น สมกับที่ออคคิวเรียได้คาดหวังไว้ หลังจากหัวหน้าเผ่าการีฟตรวจดูดอว์นชาร์ดที่เลดีแอชครอบครองอยู่ ก็บอกได้แต่เพียงว่าเสียใจด้วย เพราะพลังมหาศาลที่มีอยู่ได้สูญสิ้นไปแล้ว พร้อมทั้งขออภัยที่เขาไม่สามารถช่วยอะไร ผู้สืบสายเลือดจอมกษัตริย์เรธวอลล์ที่ยิ่งใหญ่ได้มากนัก
ณ ที่หมู่บ้ายการีฟ ลาร์ซา โซลิดอร์ ได้ดักรอที่จะพบกับเลดี้แอช พร้อมทั้งเสนอให้เลดี้แอชไปที่ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เบอร์โอมิเซสส (Mt. Bur-Omisace) เพื่อหาทางหยุดยั้งสงครามที่จะเกิดขึ้น โดยยื่นขอเสนอว่าหากไม่เชื่อใจ ก็ให้จับกุมตัวเองไว้เป็นตัวประกันก็ได้ แต่ทางที่จะไปต้องผ่านป่า กอลมอร์จังเกิ้ล (Golmore Jungle) ซึ่งเป็นอาณาเขตของเวียร่า และเวียร่าตัดขาดจากมนุษย์ ได้ใช้พลังเวทย์ปิดกั้นเส้นทางไว้ ทำให้แฟรน ต้องไปขอร้องโจเท (Jote) หัวหน้าเผ่าเวียร่า ซึ่งเป็นพี่สาวของแฟรน ให้เปิดทางให้ พร้อมทั้งอำลาน้องสาวมิยาน (Mjrn) มิยานอยากออกไปดูโลกภายนอกเหมือนแฟรน แต่เฟรนห้ามไว้ พร้อมทั้งบอกว่าเวียร่าที่ละทิ้งป่า จะไม่สามารถพูดคุยกับต้นไม้ได้อีก ซึ่งโดยปกติเวียร่าจะสามารถเข้าใจต้นไม้และสายลมได้ ภายหลังโจเท คุยกับป่าเพื่อเปิดทางให้ พวกเลดี้แอชก็มุ่งหน้าไปที่เบอร์โอมิเซสส
เมื่อไปถึงเบอร์โอมิเซส เลดี้แอชก็ได้เข้าพบกับ แกรน คิลเทียส อนาสตาซิส (Gran Kiltias Anastasis) ผู้ที่ปราชญ์แห่งความฝัน ซึ่งสามารถมองเห็นความฝันของผู้อื่นได้ ขณะเดียวกันลาร์ซา โซลิดอร์ ได้แนะนำให้เลดี้แอชรู้จักกับ อัลซิด มาร์เกรซ หนึ่งในผู้ปกครองจักรวรดิโรซาร์เรียน ที่เป็นศัตรูกับจักรวรรดิอาร์เคเดียมาช้านาน ได้ปรึกษาร่วมกันเพื่อหาทางหยุดยั้งสงคราม แกรนเคลเธียร์อนาสตาเซีย ได้มองเห็นว่าความฝันของทุกคนไม่ต้องการให้เกิดสงคราม แต่ทำนายว่าได้เห็นความฝัน เวย์น โซลิดอร์ ได้รับจารึกชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะจอมกษัตริย์ เลดี้แอชจึงบอกถึงความฝันของตน ที่จะหาพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเมจิกไซต์ แกรนเคลเธียร์อนาสตาเซีย จึงได้แนะนำให้ไปเอา ดาบแห่งราชา (Sword of Kings) ที่สามารถทำลายเนธิไซต์ได้ แต่ลาร์ซา โซลิดอร์ได้เสนอว่าเขาจะอาสา เจรจากับจักรพรรดิกรามิส ให้รับรองเลดี้แอช ในฐานะเจ้าหญิงแห่งดัลมัสก้าเอง เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่อัลซิด ก็บอกข่าวร้ายให้ลาร์ซา รู้ไว้ว่าจักรพรรดิกรามิส ถูก เวย์น โซลิดอร์ ลอบปลงพระชนม์ และเข้ายึดอำนาจทั้งหมดรวมทั้งกำจัดสภาสูง พร้อมทั้งแต่งตั้งตัวเองเป็นจอมเผด็จการแล้ว ทำให้ลาร์ซารู้สึกช็อคอย่างมาก
ภายหลังจากได้ดาบแห่งราชามา เลดี้แอชก็กลับมาที่เบอร์โอมิเซสอีกครั้ง พบว่าแกรนเคลเธียร์อนาสตาซิส ถูกฆ่าโดยจัดจ์เบอร์แกน (Judge Bergan) ส่วนลาร์ซาถูกส่งตัวกลับจักรวรรดิอาร์เคเดียแล้ว กลังจากที่พวกเลดี้แอชต่อสู้กับจัดจ์บาเกน จัดจ์บาเกนสูญเสียพลังที่จะควบคุม แมนูแฟกเท็ดเนธิไซต์ จนถูกพลังทำลายร่างตัวเอง ซึ่งแมนูแฟกเท็ดเนธิไซต์เป็นเนธิไซต์ที่สังเคราะห์ขึ้นมาเป็นผลสำเร็จ จากการวิจัยของ ดอกเตอร์ซิด แห่งศูนย์วิจัยแดรกลอร์ ประจำจักรวรรดิอาร์เคเดีย ซึ่งดอกเตอร์ซิดมีความคลั่งไคล้ในเนธิไซต์และวิจัยอยู่หลายปี การวิจัยก้าวหน้าอย่างมาก เพราะได้รับความช่วยเหลือจากเวแนท หนึ่งในผู้ที่รอบรู้เรื่องเนธิไซต์ที่สุด และเคยเป็นพวกออคคิวเรียมาก่อนแต่ทรยศ ถ้าออคคิวเรียเทียบเท่ากับพระเจ้า เวแนทก็เทียบเท่ากับซาตานของอิวาลิซ พวกเลดี้แอชจึงตัดสินใจ เดินทางไปที่ศูนย์วิจัยแดรกลอร์ ซึ่งเมื่อลอบเข้าไปถึงก็ได้พบกับ สลัดอากาศเรดดัส (Reddas) ที่บุกเข้ามาก่อน ภายหลัจากการต่อสู้กับดอกเตอร์ซิดที่มีพลังของ แมนูแฟกเท็ดเนธิไซต์แล้วเอาชนะมาได้ ดอกเตอร์ซิดบอกว่าเขาจะไปเอาเนธิไซต์ชิ้นใหม่ ที่เมืองมายากิรูเวกัน (Giruvegan) เลดี้แอชก็ตัดสินใจที่จะไปขัดขวาง พร้อมทั้งหวังที่จะได้เนธิไซต์ชิ้นใหม่เหมือนกัน
เลดี้แอชไปที่เมืองมายากิรูเวกัน ได้พบกับออคคิวเรีย และออคคิวเรียได้เลือกที่จะให้เลดี้แอชเป็นจอมกษัตริย์คนต่อไป พร้อมทั้งมอบดาบแห่งพันธสัญญา(The Treaty Blade) ที่จะใช้ตัด ซันคริสต์ (Sun-Cryst) ศูนย์กลางพลังงานของเนธิไซต์ทุกชิ้นที่ถูกตัดมา ซึ่งในอดีตจอมกษัตริย์เรธวอลล์ ได้ดาบแห่งพันธสัญญาตัดซันคริสต์ เพื่อเอาดอว์นชาร์ด มาก่อนแล้ว ออคคิวเรียได้บอกให้เลดี้แอชรับเอาพลัง แล้วไปทำลายล้างจักรวรรดิอาร์เคเดีย ล้างแค้นให้ตนเอง รวมทั้งกำจัดเวแนท แต่เลดี้แอชยังลังเลที่จะทำตาม ยังไงก็ตามทั้งหมดยังไม่รู้ว่าซันคริสต์อยู่ที่ไหน จึงไปปรึกษากัยเรดดัส ที่เมืองท่า บัลฟอนเฮม (Balfonheim)
ที่บัลฟอนเฮม เรดดัสได้บอกว่า ตนได้ขโมย สกายสโตน (Skystone) มาจากศูนย์วิจัยแดรกลอร์ ซึ่งสกายสโตนจะทำให้เรือเหาะบินข้าม ยาจ์ด (Jagd) ได้ ซึ่งยาจ์ด คือบริเวณที่มีมิสต์หนาแน่นมาก จนกลอเซียริง อุปกรณ์สำคัญของเรือเหาะทุกชนิดไม่ทำงาน ทำให้เรือเหาะไม่สามารถบินข้ามได้ แต่ดอกเตอร์ซิดได้วิจัย สกายสโตนออกมา ทำให้จักรวรรดิอาร์เคเดียมีความมั่นใจมาก จนถึงกับกล้ารุกรานอาณาจักรอื่นๆ เรดดัสพบว่าถึงแม้มี สกายสโตน แต่ก็มีอยู่หนึ่งที่ๆ เรือเหาะของเขาเข้าไปไม่ได้ คือ ฟาโร ออฟ ริโดรานา (Pharo of Ridorana) ซันคริสต์น่าจะอยู่ที่นั่น จึงได้มอบสกายสโตนให้บัลเธียร์ เพราะเรือเหาะของบัลเธียร์ที่ชื่อ ชตรอล สร้างขึ้นที่ศูนย์วิจัยแดรกลอร์ น่าจะใช้สกายสโตนได้ดีกว่า เรดดัสจึงขออาสาช่วยเหลือเลดี้แอชในครั้งนี้ด้วย
เมื่อไปถึงริโดรานาชั้นบนสุด ก็พบซันคริสต์ เลดี้แอชใช้ดาบแห่งพันธสัญญาทำลายม่านพลัง แล้วกำลังตัดสินใจที่จะทำลายซันคริสต์ แต่จัดจ์แกบรานธ์มาขัดขวางพร้อมทั้งบอกว่า ตนคือคนที่สังหารพระราชารามินัส พ่อของเลดี้แอช เป็นคนที่ทำให้ดัลมัสก้าต้องล่มสลาย เพื่อยุให้เลดี้แอชรับเอาเนธิไซต์อันใหม่ แต่เลดี้แอชปฏิเสธที่จะทำ พร้อมทั้งทิ้งดอว์นชาร์ดที่หมดพลังให้กับแกบรานธ์ เพราะว่าหากซันคริสต์ถูกทำลาย เมจิกไซต์ทุกชิ้นที่ตัดจากซันคริสต์ ก็จะหมดพลังไปด้วย ในตอนนั้นเองดอกเตอร์ซิดก็เข้ามารับเอาดอว์นชาร์ด ให้เวแนทใช้พลังของ ดอว์นชาร์ด ดัสก์ชาร์ด และมิดไลท์ชาร์ด ดูดพลังทั้งหมดไปที่ป้อมปราการลอยฟ้าบาฮามุท (Bahamut) พวกเลดี้แอชได้ต่อสู้กับดอกเตอร์ซิด ที่มีพลังมหาศาลจากแมนูแฟกเท็ดเนธิไซต์ เมื่อเอาชนะได้ดอกเตอร์ซิดก็เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ เลดี้แอชกับวานพยายามที่จะทำลายซันคริสต์ แต่มิสต์ที่ทะลักออกมารุนแรงเกินกว่าที่จะเข้าไปได้ แฟรนเตือนว่าให้รีบหนีไปให้เร็วที่สุด เรดดัสจึงบอกให้ทุกคนหนีไปให้หมด และเรดดัสยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อทำลายซันคริสต์
หลังจากเหตุการณ์การตายของเรดดัส พวกเลดี้แอชเตรียมตัวรับกับสงครามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จากเหตุการณ์การระเบิดของกองเรือลีไวอาทัน ทำให้ออนดอร์ ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด ไม่สามารถอยู่เป็นกลางได้อีกต่อไป ออนดอร์เลือกที่จะสนับสนุนกองกำลังต่อต้านและเลดี้แอช โดยมีสภาสูงของจักรวรรดิโรซาร์เรียนเป็นพันธมิตร ซึ่งออนดอร์ได้เคยมาขอมิดไลท์ชาร์ด จากเรดดัส แต่เรดดัสปฏิเสธที่จะให้ใช้พลังของเนธิไซต์ซึ่งภายหลังจึงได้ทราบว่า เรดดัสที่จริงก็คือ จัดจ์เซคท์(Judge Magister Foris Zecht) ซึ่งได้รับคำสั่งให้ไปจู่โจมนาบูดิส โดยรับเอามิดไลท์ชาร์ด มาจากดอกเตอร์ซิด โดยที่ไม่รู้ความร้ายกาจของมัน ซึ่งขณะเดียวกันดอกเตอร์ซิดก็ต้องการทดสอบเรื่องนี้เช่นกัน พลังทำลายที่เกินคาด ทำให้เมืองนาบูดีส เมืองหลวงแห่งอาณาจักรนาบราเดีย พินาศในพริบตา เมื่อปราศจากเมืองหน้าด่านที่สำคัญ จึงเหลือเพียงป้อมนัลบินาเท่านั้น ก่อนที่จะถึงราบานัสต้า เมืองหลวงของดัลมัสก้า ซึ่งพลังของมิดไลท์ชาร์ดนี่เอง ที่เป็นตัวแปรสำคัญที่จักรวรรดิอาร์เคเดีย รุกรานดัลมัสก้าได้อย่างง่ายได้ เรดดัสต้องการชดเชยความผิดพลาดที่ตนทำไปในอดีต จึงได้ยอมสละชีวิตเพื่อทำลายซันคริสต์
อัลซิดบอกข่าวร้ายว่า ถึงแม้ว่าซันคริสต์จะถูกทำลายแต่จักรวรรดิอาร์เคเดีย มีแมนูแฟกเท็ดเนธิไซต์ ที่มีพลังไม่ด้อยไปกว่าเนธิไซต์มากนัก ทั้งยังสร้าง บาฮามุท ป้อมปราการลอยฟ้าขนาดมหึมาที่ดูดพลังงานมหาศาลจากซันคริสต์ไว้ อีกทั้งยังมีกองเรือรบขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยเห็นมาในประวัติศาสตร์ ซึ่งเวย์น โซลิดอร์ ต้องการให้เกิดสงครามขึ้น เพื่อดึงให้จักรวรรดิโรซาร์เรียนและกองกำลังต่อต้าน มาสู้ด้วยกำลังทั้งหมดเท่าที่มี แล้วจึงจะทำลายทุกคนต่อหน้าประชากรชาวราบานัสต้า ทำให้เลดี้แอชตระหนักได้ว่าพื้นที่การรบ คือ น่านฟ้าเหนือเมืองราบานัสต้า เมืองหลวงของดัลมัสก้า
ในขณะที่สงครามเริ่มเปิดฉากขึ้น พวกเลดี้แอช ลอบเข้าไปในป้อมปราการลอยฟ้าบาฮามุทสำเร็จ จากการที่บัลเธียร์ใช้ความขำนาญในการขับชตรอล เรือเหาะดัดแปลงพิเศษของเขา พวกเลดี้แอช เข้าต่อสู้กับเวย์น โซลิดอร์ที่มีทั้งพลังของแมนูแฟกเท็ดเนธิไซต์และพลังของเวแนท โดยทุกคนรวมไปถึงลาร์ซา โซลิดอร์ และแกบรานธ์ที่กลับใจมารับใช้ลอร์ดลาร์ซาด้วยชีวิตเหมือนเดิม แม้ว่าจะถูกเวย์น โซลิดอร์ปลดออกจากตำแหน่ง ภายหลังจากเอาชนะเวย์น โซลิดอร์ และกำจัดเวแนทได้แล้ว เลดี้แอชก็หนีออกมาจากบาฮามุท และประกาศว่าสงครามยุติแล้ว โดยมีลาร์ซา โซลิดอร์ยืนยัน เพราะว่าเมื่อเวย์น โซลิดอร์ตาย กองทัพทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุมชองลาร์ซา โซลิดอร์ ลาร์ซาและเลดี้แอช ประกาศอิสรภาพต่อจักรวรรดิอาร์เคเดีย ภายใต้การรับรองของลาร์ซา โซลิดอร์ ทั้ง 2 ฝ่ายจึงหยุดยิง แต่ว่าจากการสู้รบ กลอเซียริงของป้อมปราการลอยฟ้าบาฮามุทถูกทำลาย ทำให้บาฮามุทจะตกลงกลางเมืองหลวง จัดจ์ซาร์กาบาท (Judge Magister Zargabaath) กัปตันของกองเรืออเล็กซานเดอร์ของอาร์เคเดีย ตัดสินใจจะเข้าพุ่งชนบาฮามุท แล้วให้มาร์ควิสออนดอร์ระดมยิงเข้ามาที่อเล็กซานเดอร เพื่อให้แรงระเบิดผลักให้บาฮามุทพ้นจากตัวเมืองราบานัสตา ระหว่างนั้นมีการติดต่อมาจากบัลเธียร์ ที่ยังอยู่ในบาฮามุทกับแฟรน ว่าให้มาร์ควิสออนดอร์ยับยั้งจัดจ์ซากาบาทไว้ เพราะว่าตนกำลังซ่อมกลอเซียริงอยู่ หลังจากที่พอทำให้กลอเซียริงทำงานจนลอยออกนอกเขตได้ บาฮามุทก็ไปตกที่นอกตัวเมือง พวกเลดี้แอชหนีออกมาได้ แต่บัลเธียร์กับเฟรนหายสาปสูญ
หลังจากนั้น 1 ปี ราบานัสต้ากลับมาเป็นเมืองที่คึกคัก เหมือนกับก่อนที่จะถูกจักรวรรดิอาร์เคเดียยึดครอง เลดี้แอชจะทำการเข้ารับพิธีสวมมงกุฎ และสถาปณาเป็นราชินี กัปตันบาช วอน รอนเซนเบิร์ก รักษาสัญญาที่ให้กับแกบรานธ์ น้องชายของตนที่จะปกป้องลอร์ดลาร์ซา จึงเข้ารับตำแหน่งเป็น จัดจ์ เมจิสเตอร์ คอยอารักขาอยู่ข้างกายลาร์ซา ลาร์ซา เฟอร์รินัส โซลิดอร์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นจักรพรรดิคนใหม่ แห่งจักรวรรดิอาร์เคเดีย วานกับเพเนโล่ได้รับเรือเหาะเป็นของตนเอง ทั้งยังคอยดูแล ชตรอล จนกว่าบัลเธียร์จะกลับมา ซึ่งเมื่อวานขับเรือเหาะมาถึงที่จอด ก็พบว่า ชตรอล หายไปแล้ว ซึ่งที่จริงคือ บัลเธียร์กับแฟรนมาเอาคืนไปแล้ว พร้อมทั้งยังฝากจดหมายให้วาน และฝากวานคืนแหวนแต่งงานของเลดี้แอช ที่บัลเธียร์คิดเป็นค่าจ้างในการช่วยเลดี้แอชตามหาดอว์นชาร์ด บริเวณที่บาฮามุทตกลง ได้ดัดแปลงให้เป็นอนุสรณ์สถานที่งดงาม มีพวกเวียร่าที่เริ่มเปิดใจและออกมาจากป่า มาใช้ชีวิตอยู่ที่อิวาลิซมากขึ้น เมื่อซันคริสต์ถูกทำลาย ยุคสมัยที่ออคคิวเรียคอยบงการโชคชะตาและประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติบนอิวาลิซ ก็ยุติลง
จบเนื้อหาส่วนที่เสียอรรถรสแล้ว ข้อความด้านบนนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ

มนต์อสูร (Esper)

ความโดดเด่นของมนต์อสูรของภาคนี้คือ อสูรแต่ละตัวจะเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ประจำราศีต่างๆ ตามตำราจักรราศีของตะวันตก
ชื่อชื่อหัวเรื่องราศีธาตุพลังชีวิตระดับ
เบริอัสปีศาจราศีเมษไฟ101
ซาเลร่าเทวทูตแห่งความตายราศีเมถุนความตาย25
มาทีอุสราชินีแห่งการทำลายราศีมีนน้ำแข็ง
อาดราเมเลคจักรพรรดิ์พิโรธราศีมังกรสายฟ้า
เควเคลนเจ้าแห่งมลทินราศีพฤศจิกพิษ502
ชูมิฮาซ่าผู้หักหลังราศีธนูวิญญาณ
ซีโรมัสนักโทษทรราชราศีกรกฎแรงโน้มถ่วง
เอ็กโซดัสต้นไม้แห่งคำพิพากษาราศีตุลย์เวทย์
แฮชแมลิมผู้ควบคุมราศีสิงห์ดิน
เคออสราชาแห่งการเกิดใหม่ราศีพฤษภลม903
แฟมฟริทเมฆาทมิฬราศีกุมภ์น้ำ
อัลทีมานางฟ้าศักดิ์สิทธิ์ราศีกันย์แสง
โซดิแอคเจ้าแห่งคำบัญชาราศีที่ 13 คนแบกงูความมืด200

GameSpot's PC Previews

Credits
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...